Default thumbnail.Default thumbnail.

ภาคประชาชนตื่นตัวปัญหา “ข่าวลวง” ชูแก้ปัญหาร่วมกันทั้งองคพายพ

  เมื่อ: วันพฤหัส, มิถุนายน 20th, 2019, หมวด highlight, กิจกรรมสภาการ, ข่าวเด่น

ภาคประชาชนตื่นตัวปัญหา “ข่าวลวง” ชูแก้ปัญหาร่วมกันทั้งองคพายพ

สถาบันสื่อเด็กและเยาวชนเน้นปัญหาความรุนแรงเชิงโครงสร้างในสังคมไทย สร้างผลกระทบกว่าปัญหาข่าวลวง ต้องสร้างความรู้เท่าทันในระดับพหุวัฒนธรรม ด้านกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ชูหลักสูตรการส่งเสริมความเป็นมนุษย์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการรู้เท่าทันสื่อสำหรับพลเมืองยุค Digital Alpha ขณะที่มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ถามหาความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมจากนโยบายภาครัฐและผู้นำในการขับเคลื่อนเรื่องการรู้เท่าทันสื่ออย่างเป็นรูปธรรม ส่วนงานวิจัยและผลสำรวจในภาคประชาชน พบว่าประชาชนไทยยังมีความรู้เพียงระดับพื้นฐานด้านการรู้เท่าทันสื่อ , ดิจิทัลคอมเมิร์ซ และกฎหมายดิจิทัล นอกจากนั้นผู้สูงอายุ ยังเป็นกลุ่มที่เผยแพร่ข่าวลวงโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์มากที่สุด

จากการจัดงาน International Conference on Fake News เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยมี 8 เจ้าภาพหลัก ร่วมจัดงานเพื่อกระตุ้นความรู้ความเข้าใจในเรื่องของ “ข่าวลวง” ซึ่งเป็นสถานการณ์สื่อที่ส่งผลกระทบไปในวงกว้าง ภาคีเครือข่ายจัดงานคือ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์  Friedrich Naumann Foundation for Freedom (FNF) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงการณ์มหาวิทยาลัย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์

โดยประเด็นหนึ่งที่คณะทำงานจัดเป็นการเสวนาสำหรับภาคประชาชน คือเรื่อง “การรู้เท่าทันสื่อของภาคประชาสังคม” “Empowering Digital Citizenship” เพื่อสำรวจและสะท้อนมุมมองการรู้เท่าทันสื่อ (Media Information and Digital Literacy – MIDL) จากทุกภาคส่วนด้านประชาสังคม โดยมีตัวแทนจากนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ทำงานด้านสื่อ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และถอดบทเรียนจากผลลัพธ์ของการทำงานที่ผ่านมา

 

ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง ปัญหาที่ใหญ่กว่าข่าวลวง

เข็มพร วิรุณราพันธ์ ผู้จัดการสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน(สสย.) ได้สะท้อนมุมมองจากการทำงานด้านเด็กและชุมชนว่า คำว่าข่าวลวงในบริบทของสังคมไทยนั้น มีประเด็นปัญหาที่ใหญ่กว่าเพียงเรื่องข่าวลวง นั่นคือเรื่องของความรุนแรงเชิงโครงสร้างในสังคมไทย ทั้งเรื่องการตีตรา ความเหลื่อมล้ำที่ก่อให้เกิดการเหยียดคนเฉพาะกลุ่ม และความไม่เท่าเทียมต่างๆ ซึ่งยังคงนำเสนอผ่านสื่อ  ถูกเผยแพร่ส่งต่อตามอคติของผู้รับสาร ดังนั้นปัญหาของข่าวลวงในลักษณะการส่งต่อความรุนแรงเชิงโครงสร้างในลักษณะนี้  จึงไม่ได้เกิดจากเรื่องของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากวิธีคิดเป็นหลัก

ผู้จัดการฯ สสย. กล่าวถึงการทำงานและโครงการด้านเสริมสร้างการรู้เท่าทันสื่อที่ผลักดันมาโดยตลอด คือการส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายรู้เท่าทันตนเอง ,การเท่าทันสื่อ สารสนเทศดิจิทัล และเท่าทันความสัมพันธ์การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒธรรม องค์ประกอบเหล่านี้ จะนำไปสู่การเป็นพลเมืองที่แข็งขัน และมีส่วนร่วมในการสร้างการรู้เท่าทันสื่ออย่างแท้จริง นอกจากนั้นยังเสนอแนะว่าควรมีการสร้างตัวบ่งชี้ทางสังคม มีการวัดและประเมินผลเป็นระยะๆ เพื่อเป็นเป้าหมายว่าสถานการณ์สื่อในประเทศเป็นเรื่องใหญ่ สังคมต้องออกแบบร่วมกันว่าต้องการเครื่องมือในการเฝ้าระวังและรู้เท่าทันสื่ออย่างไร  ทุกฝ่ายในสังคมต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของภาครัฐเพียงอย่างเดียว

ด้าน ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เผยว่า ข่าวลวงเกิดมาตั้งแต่ยุคสื่อสิ่งพิมพ์ แต่สิ่งที่ทำให้ต่างกับข่าวลวงในยุคสื่อดิจิทัลคือความรุนแรงและรวดเร็วของการแพร่กระจายข่าว ซึ่งเป็นปัญหาที่สังคมควรตระหนักและหาทางรับมือ เพื่อเป็นแนวทางป้องกันและรู้เท่าทันสื่อสำหรับพลเมืองในอนาคต  นั่นคือประชากรที่เกิดระหว่างปี ค.ศ. 2010-2024 ที่เรียกว่าคนรุ่น Digital Alpha ซึ่งเปลี่ยนผ่านจากยุคของสื่อเก่าสู่สื่อออนไลน์ โดยยกกรณีศึกษาจากสหรัฐอเมริกาในการออกแบบหลักสูตรที่มีการประยุกต์องค์ความรู้แบบ ““พหุปัญญา” ของ โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ ที่เน้นความสามารถมนุษย์ 8 ด้าน เพื่อเป็นทางออกของพลเมืองดิจิทัล (Digital Citizenship)  นั่นคือสร้างภูมิให้เชื่อมั่นและไม่ละทิ้งความเป็นมนุษย์ของตัวเอง

เช่นเดียวกับ ศรีดา ตันทะอธิพานิช กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ที่ระบุว่าโซเชียลมีเดีย มีส่วนทำให้เกิดปัญหาสังคมต่างๆ เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเรื่องของข่าวลวง และปัญหาอันเกิดจากข่าวลวงต่างๆ ทั้งด้านการเป็นเครื่องมือทางการเมือง การตกเป็นเหยื่อการโฆษณาของผู้สูงอายุ หรือการรังแก(Bullying) ในโลกโซเชียล โดยชี้ว่าทางออกคือการพัฒนาทักษะของการรู้เท่าทันสื่อให้กับประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย  ซึ่งเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับการทำงานของมูลนิธิฯ ที่มีเป้าหมายในการส่งเสริมให้พลเมืองสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบข้อมูลหรือ Fact checker ควบคู่กับการต้องมีเครื่องมือในการคุ้มครองผู้ที่รายงานเรื่องข่าวลวงควบคู่กันไป รวมทั้งมีการขับเคลื่อนในระดับนโยบายร่วมด้วย  โดยยกตัวอย่างการทำงานของรัฐมนตรีดิจิทัลไต้หวัน ที่มีการเปิดโอกาสให้กระทรวงต่างๆ ได้เข้ามาเจรจาหาทางออกร่วมกัน ประเทศไทยควรมีองค์กรผู้นำในลักษณะนี้

เกาะติดความรู้ด้านดิจิทัลภาคประชาชน กลุ่มผู้สูงอายุยังน่าเป็นห่วง

สำหรับความเคลื่อนไหวด้านการพัฒนาหลักสูตรและงานวิจัยด้านการรู้เท่าทันสื่อ ปรัชญ์ สง่างาม อาจารย์ประจำ สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการระบบสารสนเทศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลว่าภาครัฐมีความตื่นตัวในเรื่องนี้มาตั้งแต่ พ.ศ.2559 โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้จัดทำโครงการส่งเสริมการใช้ดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลเบื้องต้น (Digital Literacy) สำหรับประชาชนทุกกลุ่มวัยที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยได้สร้างหลักสูตรขึ้นมา 9 หมวด เพื่อฝึกอบรมให้กับ “ค่ายเยาวชนดิจิทัล DiCY Youth Camp : Digital Galaxy” โดยมีการวัดผลของระดับ Digital Literacy ทั้งก่อนและหลังการอบรม โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดกิจกรรมให้กับเยาวชนที่มาจากทั่วประเทศ เน้น 9 ด้าน คือ สิทธิและความรับผิดชอบ , การเข้าถึงสื่อดิจิทัล , การสื่อสารยุคดิจิทัล , ความปลอดภัยยุคดิจิทัล , ความเข้าใจสื่อดิจิทัล , แนวทางปฏิบัติในยุคดิจิทัล ,  สุขภาพดียุคดิจิทัล ,  ดิจิทัลคอมเมิร์ซ และกฎหมายดิจิทัล

นอกจากนั้นในปี 2561 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยังคงเกาะติดงานวิจัยด้านการรู้เท่าทันสื่ออย่างต่อเนื่อง โดยทำการสำรวจสมรรถนะในการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ และการเข้าใจดิจิทัล โดยกำหนดกลุ่มตัวอย่างสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง จำนวนทั้งสิ้น 12,374 คน ในทุกกลุ่มประชากร ตั้งแต่ Generation Z (ช่วงอายุ 6 – 20 ปี) ไปจนถึงคนรุ่น Baby Boomer (ช่วงอายุมากว่า 54 ปี) รวมทั้งกลุ่มตัวอย่างที่เป็นคนพิการ ผลการสำรวจที่น่าสนใจพบว่า  สมรรถนะหลักที่อยู่ในระดับดี ได้แก่ การสื่อสาร , แนวปฏิบัติในสังคมดิจิทัล และสุขภาพดียุคดิจิทัล ส่วนสถานภาพการเข้าใจดิจิทัลของประเทศไทย ที่อยู่ใน “ระดับพื้นฐาน” ได้แก่เรื่องของสิทธิและความรับผิดชอบ , การเข้าถึงสื่อดิจิทัล , ความปลอดภัยยุคดิจิทัล , การรู้เท่าทันสื่อ , ดิจิทัลคอมเมิร์ซ และกฎหมายดิจิทัล

ด้านการวิจัยในกลุ่มประชากรผู้สูงอายุ รศ.ดร.นันทิยา ดวงภุมเมศ อาจารย์ประจำ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่าได้มีการทำผลสำรวจ ผ่านโครงการ “สูงวัยไม่เสพสื่ออย่างสุ่มเสี่ยง : สร้างนักสื่อสารสุขภาวะที่รู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ” กับกลุ่มผู้สูงอายุในหลายภูมิภาค ประกอบด้วย สำนักงานเขตยานนาวา กรุงเทพฯ ,เทศบาลนครสกลนคร จ.สกลนคร , เทศบาลตำบลเชิงดอย จ.เชียงใหม่ , เทศบาลตำบลชะมาย จ.นครศรีธรรมราช และองค์การบริหารส่วนตำบลพลับพลาไชย จ.สุพรรณบุรี มีผู้เข้าร่วมโครงการรวม 300 คน

พบว่า การบริโภคสื่อของผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุในเมืองและชนบทต่างกันอย่างยิ่ง โดยผู้สูงอายุในเมือง มีข้อมูลท่วมท้น ผู้สูงอายุเปิดรับสื่อเกือบทุกประเภท ในขณะที่ผู้สูงอายุในชนบท ข้อมูลมีจำกัด เข้าถึงสื่อได้น้อย ส่วนใหญ่มีเพียงสื่อโทรทัศน์ และมีวัตถุประสงค์การใช้ไม่เฉพาะเจาะจง เปิดทั้งวัน เพื่อความบันเทิงและประกอบการตัดสินใจ โดยให้ความเชื่อถือทีวีมากสุด โดยส่วนใหญ่ผู้สูงอายุทั้งสองกลุ่มจะสนใจข้อมูลสุขภาพมากที่สุด

รศ.ดร.นันทิยา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการใช้สื่อของกลุ่มผู้สูงอายุในชนบทว่า มีการหลงเชื่อโฆษณาทางทีวี เช่น อาหารเสริม เรื่องสุขภาพ เชื่อข้อมูลจากคนบอกต่อ ซึ่งไม่ได้กลั่นกรอง รวมทั้งการไม่อ่านข้อความจนจบ และไม่มีทักษะการรับส่งข้อมูลด้วยตัวเอง ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ผิด และเป็นเป้าหมายของการส่งต่อข่าวลวงมากที่สุด  โดยการวิจัยในครั้งนี้ ได้มีการใช้เครื่องมือสำคัญเพื่อให้เกิดการรู้เท่าทันสื่อ คือการนำเอาคาถา “หยุด คิด ถาม ทำ” มาใช้เป็นกุศโลบายให้เป็นลูกประคำห้อยติดตัว เพื่อให้ “หยุด” ก่อนจะซื้อ แล้ว “คิด” ว่าดีหรือไม่ จากนั้นจึง “ถาม” ซึ่งคือการหาข้อมูล แล้วค่อยตัดสินใจ “ทำ” ซึ่งจากผลสำรวจพบว่าผู้สูงอายุยังขาดในเรื่องการ “ถาม” หรือการวิเคราะห์ข้อมูลมากที่สุด

แท็ก คำค้นหา

  เมื่อ: วันพฤหัส, มิถุนายน 20th, 2019, หมวด highlight, กิจกรรมสภาการ, ข่าวเด่น
ปฏิทิน
กันยายน 2019
วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัส วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์
สิงหาคม 26, 2019 สิงหาคม 27, 2019 สิงหาคม 28, 2019 สิงหาคม 29, 2019 สิงหาคม 30, 2019 สิงหาคม 31, 2019 กันยายน 1, 2019
กันยายน 2, 2019 กันยายน 3, 2019 กันยายน 4, 2019 กันยายน 5, 2019 กันยายน 6, 2019 กันยายน 7, 2019 กันยายน 8, 2019
กันยายน 9, 2019 กันยายน 10, 2019 กันยายน 11, 2019 กันยายน 12, 2019 กันยายน 13, 2019 กันยายน 14, 2019 กันยายน 15, 2019
กันยายน 16, 2019 กันยายน 17, 2019 กันยายน 18, 2019 กันยายน 19, 2019 กันยายน 20, 2019 กันยายน 21, 2019 กันยายน 22, 2019
กันยายน 23, 2019 กันยายน 24, 2019 กันยายน 25, 2019 กันยายน 26, 2019 กันยายน 27, 2019 กันยายน 28, 2019 กันยายน 29, 2019
กันยายน 30, 2019 ตุลาคม 1, 2019 ตุลาคม 2, 2019 ตุลาคม 3, 2019 ตุลาคม 4, 2019 ตุลาคม 5, 2019 ตุลาคม 6, 2019