Default thumbnail.Default thumbnail.

สภาการหนังสือพิมพ์แคนาดาวางกฎคุมกันเอง

  เมื่อ: วันศุกร์, มกราคม 17th, 2020, หมวด highlight, บทความทางวิชาการอื่นๆ, บอกเล่าเก้าสิบ

สภาการหนังสือพิมพ์แคนาดาวางกฎคุมกันเอง

สภาการหนังสือพิมพ์แคนาดา (The National NewsMedia Council : NNC) เป็นองค์กรอาสาสมัคร วางกฎควบคุมกันเองด้านจริยธรรมของสื่อภาษาอังกฤษในแคนาดา (ในแคนาดายังมีสื่อภาษาฝรั่งเศส) ตั้งเมื่อปี ค.ศ. 2015 มีเป้าหมาย 2 ประการคือ 1.ส่งเสริมจริยธรรมของอุตสาหกรรมสื่อ  2.ทำหน้าที่เป็นเหมือนองค์กรรับเรื่องการร้องเรียนที่มีต่อสื่อซึ่งเป็นสมาชิกของสภาฯ

สภาหนังสือพิมพ์แคนาดาทำหน้าที่เกี่ยวกับความเป็นธรรมในการทำข่าวว่าด้วยความถูกต้องและความสมดุลของข่าว ทำหน้าที่เป็นตัวแทน ประชาชนและสื่อในเรื่องสิทธิประชาธิปไตย, เสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพของสื่อ

สมาชิกสภาฯประกอบด้วยหนังสือพิมพ์รายวัน นสพ.ชุมชน นิตยสาร และสื่อออนไลน์ทั่วแคนาดา ยกเว้นที่จังหวัดอัลแบร์ต้าและควีเบคที่มีสภาฯ เป็นของตัวเอง สมาชิกจ่ายค่าธรรมเนียมแก่สภาฯ และน้อมรับคำตัดสินของสภาฯ

สภาฯ ประกอบด้วยสมาชิก 17 คน ในจำนวนนี้ 9 คนมาจากองค์กรสาธารณะและ 8 คนมาจากสื่อที่เป็นสมาชิกสภาฯ ประธานสภาฯจะเลือกจากคนนอก สมาชิกของสภาไม่มีหน้าที่ลงคะแนนเสียงตัดสินใจหรือพิทักษ์ผลประโยชน์แทนองค์กรสื่อแห่งใดแห่งหนึ่ง

สภาหนังสือพิมพ์ในแคนาดามีประวัติความเป็นมานานกว่า 40 ปีโดยก่อตั้งขึ้นในแต่ละจังหวัดเพื่อระมัดระวังด้านการประพฤติปฏิบัติมิชอบ รวมทั้งปัญหาจริยธรรมของสื่อ สภาฯแรกจัดตั้งอย่างเป็นทางการที่เมืองวินด์เซอร์ จังหวัดออนทาริโอ้ ในปี 1972 เมื่อสื่อในจังหวัดนี้ตัดสินใจที่จะช่วยให้สาธารณะเข้าใจการทำงานของสื่อ เส้นแบ่งเขต และแนวปฏิบัติของสื่อต่อสาธารณะ

 

 

มีข้อร้องเรียนอะไรบ้างที่ NNC รับพิจารณา?

ข้อร้องเรียนมีมากมายทั้งเนื้อหาในหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ สภาฯ พิจารณาเกี่ยวกับความถูกต้องของข่าว มาตรฐานของสื่อ และจรรยาบรรณในการรายงานข่าว ข้อกล่าวหาว่ามีความผิดพลาดในความเป็นจริงของข่าว การขโมยความคิดคนอื่นไปเป็นของตน ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตอบโต้หรือแสดงความเห็น อีกทั้งร้องเรียนว่ามีอคติจากเรื่องเพศ เชื้อชาติ หรือการเลือกปฏิบัติ การร้องเรียนอาจเป็นประเด็นเดียวหรือมากกว่า 1 เรื่อง

สภาฯ จำแนกข้อร้องเรียนเป็น 4 ประเภทกว้างๆ โดยคู่กรณีสามารถรับรู้การตัดสินใจของสภาฯ ได้เช่นกัน

1.ความถูกต้อง (Accuracy) มาตรฐานด้านการสื่อสารมวลชนจำเป็นต้องมีข่าวที่ถูกต้องตามหลักความเป็นจริงรวมทั้งการระบุตัวบุคคลและคำพูดของเขา หากมีการเขียนบทความจะต้องมีความเห็นอีกด้านของคู่กรณี และเปิดโอกาสให้ด้านตรงข้ามชี้แจงได้ การบรรยายใต้ภาพจะต้องถูกต้อง ณ จุดเกิดเหตุ คนที่เกี่ยวข้องและบรรยากาศ การพาดหัวเรื่อง (ชื่อบทความและการพาดหัวข่าว) เนื้อหาด้านในจะต้องเกี่ยวพันและสนับสนุนการพาดหัวเรื่องด้วย

2.การแสดงความคิดเห็น (Opinion) ความคิดเห็นและการเขียนบทบรรณาธิการอนุญาตให้ใช้ภาษาที่เข้มข้นและเสนอด้านไม่เป็นที่นิยมนักได้ สภาฯ จะพิจารณาคำร้องเรียนกรณีความคิดเห็นที่มีข้อผิดพลาดในข้อเท็จจริงหรือการใช้ภาษาที่ “ข้ามเส้น” เท่านั้น ส่วนจดหมายถึงบรรณาธิการโดยทั่วไปแล้วจะไม่พิจารณา หนังสือพิมพ์ทรงสิทธิ์ที่จะแก้ไข (edit) ความยาว ความชัดเจน เหตุผลทางกฎหมายหรืออื่นๆ หรืออาจเลือกที่จะไม่นำออกเผยแพร่เลยก็ได้ ผู้ร้องเรียนสามารถยืนยันในความหมายที่ตนร้องเรียน ซึ่งหนังสือพิมพ์อาจมีการตีความที่ผิดไปได้เช่นกัน

3.ประเด็นละเอียดอ่อน (Sensitive issues) สภาฯ อาจพิจารณาข้อร้องเรียนที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน อาทิเช่น การใช้ภาษา การเหยียดสีผิว การกีดกันทางเพศ โรคหวาดกลัวอิสลาม (Islamophobia) หรืออคติที่มีต่อกลุ่มสังคมหรือกลุ่มการเมือง ส่วนการรายงานข่าวศาล รายงานละเมิดทางเพศ หรือข่าวเกี่ยวกับผู้เยาว์ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนแต่ก็มีกฎหมายเข้ามาควบคุมอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การรายงานบุคคล เช่น นักการเมือง หรือนักแสดง ซึ่งถือว่าเป็นที่รู้จักของสาธารณะ (Public figure) เมื่อเป็นข่าวจะต้องได้รับการรายงานมากกว่าคนธรรมดา

4.การอ้างแหล่งที่มาของข่าว (Attribution) ผู้สื่อข่าวต้องให้เครดิตกับผลงานของผู้อื่น ให้เครดิตแหล่งที่มาในทุกกรณี ยกเว้นข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ และจะต้องคำนึงถึงเรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์ (Copyright law) มาตรฐานของหนังสือพิมพ์ หากไม่ใช่ของตัวเองจะต้องให้เครดิตภาพ การโค้ทข่าว ความคิดเห็น หรือการค้นคว้าในเรื่องนั้นๆ

 

1.ตัวอย่างรูปแบบการร้องเรียน-ความถูกต้องหรืออคติ (Complaint Type – Accuracy or Bias)

เรื่องร้องเรียนนี้ถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2018 (หลังจากเรื่องเป็นที่ยุติ)  โดยสภาฯ ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยและยกเลิกคำร้องเรียนเกี่ยวกับหัวข่าวที่ตีพิมพ์โดย นสพ.แวนคูเวอร์ ซัน และยังตีพิมพ์ในนสพ. the National Post ด้วย

นายเรย์มอนด์ ไร้ท์ เป็นผู้ร้องเรียนว่าการพาดหัวข่าวและบทความที่ตีพิมพ์ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2018 ว่า บี.ซี.มอร์มอน ไม่สบายใจหลังถูกตัดสินว่าเป็นผู้ประพฤติตนไม่เหมาะสมโดยการมีเมียหลายคน (B.C. Mormons fret after polygamy conviction) การพาดหัวข่าวนี้ทำให้เข้าใจผิดและไม่ถูกต้อง (บี.ซี.เป็นคำย่อของจังหวัดบริทิช โคลัมเบียอยู่ทางตะวันตกของแคนาดา)

นายไร้ท์กล่าวว่า หัวข่าวดังกล่าวเมื่ออ่านแล้วทำให้รู้สึกว่านิกายมอร์มอนเป็นกลุ่มคนที่แตกเป็นเสี่ยงๆ โดยทำให้ผู้อ่านไม่อาจแยกแยะได้ ผู้ร้องเรียนกล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรข่าวจะแจ้งให้ผู้อ่านทราบว่ามีคริสตจักรหลักซึ่งไม่รวมคำว่าผู้นับถือความดั้งเดิมของคริสตศาสนา (fundamentalist) ไว้ในชื่อและไม่ได้ประพฤติตนมีหลายเมีย

นสพ.แวนคูเวอร์ ซัน ชี้แจงข้อร้องเรียนโดยเห็นด้วยว่า คำจำกัดความมีความสำคัญพร้อมกับให้คำจำกัดความว่า พารากราฟแรกของคอลัมน์นั้นหมายถึง และจำกัดอยู่ที่ชุมชนมอร์มอน รวมทั้งพยายามโยงให้เห็นว่าเข้าไปเกี่ยวพันกับโบสถ์ของชุมชนมอร์มอนที่ชื่อ “Fundamentalist Church of Jesus Christ of Latter-Day Saints.”

นสพ.แวนคูเวอร์ ซัน ชี้แจงด้วยว่าคนเขียนบทความนี้เป็นคนดูแลเรื่องข่าวการประพฤติตนหลายเมียที่เมืองเบาตี้ฟุล (Bountiful) จังหวัด บี.ซี.มาอย่างยาวนาน จึงเชื่อว่าคนอ่านเกิดความคุ้นเคยและสามารถแยกแยะออกระหว่างกลุ่มประพฤติตนหลายเมีย (the polygamist sect) และชาวมอร์มอนส่วนใหญ่  (อนึ่งกลุ่มประพฤติตนหลายเมียก็นับถือนิกายมอร์มอนเช่นกัน)

องค์กรสื่อชี้แจงด้วยว่าคำพาดหัวว่า “บี.ซี.มอร์มอน” นั้นเพียงพอในคำจำกัดความของตัวเองและยิ่งกว่าเพียงพอเมื่อนำไปรวมกับชื่อองค์กรศาสนาที่รวมอยู่ในบทความทำให้ผู้อ่านแยกได้ชัดระหว่างกลุ่มที่ระบุว่า แตกเป็นเสี่ยงๆ กับโบสถ์กระแสหลัก

เกี่ยวกับเรื่องนี้ สภาฯ เห็นด้วยกับคำชี้แจงขององค์กรสื่อในกรณีนี้ อีกทั้งการระบุ “บี.ซี.”ต่อเนื่องกับ “มอร์มอน”ทำให้คนอ่านรู้จักได้ทันทีและสื่อไปยังโบสถ์โดยทั่วไป

เนื่องจากปัญหากลุ่มฯ (ประพฤติตนหลายเมีย) ที่นับถือนิกายนี้ในเมือง Bountiful ถูกตรวจสอบและถูกรายงานมาเป็นเวลา 20 ปี สภาฯสนับสนุนมุมมองขององค์กรข่าวว่าผู้อ่านคุ้นเคยกับปัญหานี้และเข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่แตกต่างกัน การใช้คำอธิบายจะช่วยให้ผู้อ่านไม่คุ้นเคยกับประวัติอันยาวนานว่า บทความนี้เกี่ยวกับกลุ่มที่จำเพาะเจาะจงไม่ใช่กลุ่มกว้าง ๆ

จากเหตุผลข้างต้น สภาฯไม่สนับสนุนผู้ร้องเรียนที่โต้แย้งว่าองค์กรข่าวละเมิดมาตรฐานความถูกต้องโดยไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่าง “กลุ่มที่แตกแยก” กับ “โบสถ์กระแสหลัก” และไม่พบหลักฐานที่แสดงว่าความล้มเหลวทำให้เกิดผลเชิงลบในหมู่สมาชิกของโบสถ์กระแสหลัก “เราไม่พบหลักฐานการละเมิดมาตรฐานสื่อสารมวลชนด้านความถูกต้อง และด้วยเหตุนี้สภาฯจึงยกเลิกเรื่องร้องเรียนประเด็นนี้” สภาฯให้เหตุผล

สภาฯ ตั้งข้อสังเกตด้วยว่าเมื่อผู้ร้องได้ร้องไปยังกรณี นสพ.the National Post ด้วย และสภาฯ ได้ตัดสินกรณีนี้ในองค์กรสื่อที่เป็นผู้นำเสนอเบื้องต้นแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาอีก

หมายเหตุ เรื่องนี้มีขั้นตอนการร้องเรียนและการพิจารณาประมาณ 3 เดือนเศษ

 

2.ตัวอย่างรูปแบบการร้องเรียนเรื่อง “ความเห็น”

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2018 สภาฯ ได้นำเรื่องการร้องเรียนขึ้นสู่เว็บไซต์หลังจากตัดสินเรียบร้อย โดยสภาฯ ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยและยกเลิกคำร้องเรียนที่ไม่มีมูล และกล่าวหาว่า นสพ.โตรอนโต้ สตาร์ มีความลำเอียง

นายรอเบิร์ต บุลล็อค เป็นผู้ร้องเรียนว่าเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2018 นสพ.โตรอนโต้ สตาร์แสดงความเห็นในคอลัมน์ว่า “ถูกจับขณะนั่งรถรางเพราะเป็นคนผิวดำ” ถือว่ามีข้อความและข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเหยียดผิว

ผู้กล่าวหาระบุว่า คอลัมน์ความเห็นนั้นแสดงรายละเอียดว่าคนนั่งรถใต้ดินถูกจับโดยเจ้าหน้าที่ และตำรวจที่ดูแลขบวนรถ ทั้งคณะกรรมการขนส่งมวลชนโตรอนโต้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้รับการบอกเล่าเรื่องนี้ คนเขียนบทความใส่ข้อความว่ามีการ “ยืนยันอย่างโจ๋งครึ่ม” ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเหยียดผิวและการกระทำของพวกเขามีสาเหตุมาจากการเหยียดผิวเช่นกัน

ขณะที่องค์กรสื่อชี้แจงว่าบทความระบุชัดเจนว่าเป็น “ความคิดเห็น” และผู้เขียนความเห็นมีขอบเขตที่กว้างขวางเพื่อแสดงความคิดเห็นของตน คอลัมนิสต์แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเป็นการใช้กำลังเกินเหตุของเจ้าหน้าที่ แต่ก็ไม่ได้สรุปผลอะไร ส่วนเรื่องที่เกี่ยวกับผิว (ดำ) เป็นความเห็นของผู้เขียนเอง

หนังสือพิมพ์ยังทำโน้ตไว้ใต้บทความว่าคณะกรรมการขนส่งและเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถส่งความเห็นหรือข้อโต้แย้งกลับมาได้ แต่ไม่มีใครแสดงความเห็นโต้แย้ง

NNC ทบทวนบทความด้านความคิดเห็น การร้องเรียนและหนังสือพิมพ์ สภาฯ ยอมรับการปฏิบัติงานขององค์กรข่าวซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ทำให้ผู้เขียนบทความมีสิทธิแสดงความคิดเห็นที่แสดงออกแบบเข้มแข็ง และใช้คำพูดยั่วยุ สภาฯยังพบว่าบทความนี้ได้รับการระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นความคิดเห็นและคนเขียนบทความได้ท้าทายสภาพที่เป็นอยู่ (การใช้กำลังเกินเหตุ) อีกทั้งดึงดูดผู้อ่านด้วย

นอกจากการแสดงความเห็นว่าเจ้าหน้าที่ใช้กำลังเกินเหตุ (กับคนผิวดำ) ก็เพื่อต้องการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความน่าเชื่อถืออีกทั้งยังเป็นประโยชน์ของสาธารณะโดยรวม

NNC ยังพบว่าไม่มีข้อความใดบ่งชี้ว่านักเขียนกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่กระทำเพราะ “เหยียดผิว” คนเขียนบทความเขียนเหมือนตั้งคำถามขึ้นมาว่ามีการใช้อคติและเหยียดผิวหรือไม่ในการจับกุม โดยเขียนในลักษณะสร้างความเร้าใจแก่ผู้อ่านซึ่งอนุญาตให้นักเขียนทำได้ในการแสดงความเห็นของตน

กรณีที่ผู้ร้องเรียนได้ท้านักเขียนให้ “แสดงข้อมูล” ว่าคนผิวดำกลายเป็นกลุ่มคนที่เจ้าหน้าที่ “เลือกปฏิบัติ” ในเรื่องนี้สภาฯ สังเกตได้ว่ามีรายงานข่าวจำนวนมากของสื่อ ไม่ว่าจะเป็นข่าวจากเมือง จังหวัดที่ระบุอย่างกว้างขวางกลายเป็นระบบของการเหยียดสีผิวที่ยังดำรงอยู่และเป็น “ข้อมูล-ข้อเท็จจริง” ที่ (สภาฯใช้)ยืนยันเรื่องนี้

ผู้ร้องเรียนกล่าวหาว่าบทความเขียนด้วยความไม่เป็นธรรม ไม่ยุติธรรมและลำเอียงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายรักษากฎหมายเมืองโตรอนโต้ อีกทั้งผู้เขียนบทความยังชักจูงให้ผู้อ่านมีทัศนคติเชิงลบ และลำเอียงต่อฝ่ายรักษากฎหมาย ทั้งยังแนะให้ผู้อ่านดื้อด้านไม่เคารพกฎหมาย

หลังจากสภาฯ ได้อ่านและพิจารณาบทความทั้งหมด พบว่าเป็นความคิดเห็นที่เร้าอารมณ์คนอ่าน แต่ไม่มีข้อบ่งชี้ว่ามีข้อเท็จจริงที่ไม่มีมูล

สภาฯ ให้การสนับสนุนบทบาทของสื่อในฐานะที่เป็นยามเฝ้าระวังเหตุ ว่าผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ “ลุแก่อำนาจ” หรือไม่ นอกจากนี้ยังสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออกของสื่อซึ่งช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนความเห็นอย่างกว้างขวาง

ด้วยเหตุผลดังกล่าว สภาฯ พบว่าหนังสือพิมพ์ไม่ได้ละเมิดมาตรฐานการสื่อสารมวลชนและยกเลิกข้อร้องเรียน

(หมายเหตุ-เรื่องร้องเรียนนี้มีขั้นตอนพิจารณาประมาณ 20 วัน)

 

 3.ตัวอย่างการร้องเรียนเรื่องละเอียดอ่อน

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2018 สภาฯ แถลงรายละเอียดการร้องเรียนข่าวละเอียดอ่อนกระทบความรู้สึกของผู้อ่าน โดยองค์กรสื่อได้ทำการแก้ไขเพื่อแก้ปัญหาให้ลุล่วง เรื่องนี้เจนนิเฟอร์ เบบิน-เฟนสกี้ (Jennifer Babin-Fenske) ร้องเรียนว่าเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2018 นสพ.ซัดเบอรี่ สตาร์ (Sudbury Star) พาดหัวว่า “ชายซัดเบอรี่ถูกจำคุก 4 ปี ฐานล่วงละเมิดลูกสาว” พร้อมกับเสนอรายละเอียดที่ไม่จำเป็นในข่าวถือว่าไม่สมควรแก่ผู้อ่านเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน (ระหว่างพ่อกับลูกสาว) แต่ไม่ได้ร้องเรียนว่าเรื่องผิดข้อเท็จจริง

ผู้ร้องเรียนกล่าวว่า ข้อความเกี่ยวกับการข่มขืน การใช้กำลังล่วงละเมิดและการบาดเจ็บสามารถถ่ายทอดได้โดยไม่ต้องมีรายละเอียดภาพ เพราะหากนำมาลงก็เทียบได้กับลงรูปลามกอนาจารของเด็ก หลังจากเธอร้องเรียนบรรณาธิการไปแล้วเธอทราบว่าหนังสือพิมพ์ได้ถอดรายละเอียดบางประโยคออก แต่เธอเห็นว่ายังไม่พอเพียงและยังแสดงความเป็นห่วงว่าในอนาคตรายงานเช่นนี้อาจเกิดขึ้นอีก

นสพ.ซัดเบอรี่ สตาร์ ยอมรับการร้องเรียนและเห็นด้วยว่าเป็นเรื่องที่รายงานแบบชัดแจ้งเกินไป พร้อมกับยินดีที่จะเปลี่ยนแปลงเนื้อหา 2 ประโยคในเว็บไซต์

บรรณาธิการยังอธิบายถึงความพยายามในการรายงานดังกล่าวเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการถ่ายทอด “อาชญากรรมที่เต็มรูปแบบ” และให้ความสำคัญกับผู้อ่านในเรื่องละเอียดอ่อน กรณีนี้หนังสือซัดเบอรี่ สตาร์ เห็นด้วยกับผู้ร้องเรียนว่าข่าวที่รายงานมีความชัดเจนในเนื้อหามากเกินไป

ขณะที่รู้ว่าการข่มขืนเด็กและรายละเอียดของการข่มขืนเป็นเรื่องที่ไม่น่าประสงค์ และ NNC พบว่าการรายงานข่าวมีความเหมาะสมและจำเป็นโดยเห็นว่ามีเหตุผล 2 ประการคือ 1.เพื่อรักษาแนวความคิดที่เปิดกว้างของการนำเสนอ 2.เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบถึงความผิดเกี่ยวกับคดีนี้

สภายอมรับแถลงการณ์ของ นสพ.ว่ารายละเอียดบางอย่างเป็นสิ่งที่จำเป็น (บางครั้งอาจหวาดเสียว)แต่เพื่อถ่ายทอดอาชญากรรม เวลาเดียวกันต้องให้ผู้สื่อข่าวหลีกเลี่ยงเรื่องที่ส่อว่าอาจหมิ่นประมาทรวมทั้งให้ความเห็นอกเห็นใจ มีมนุษยธรรมต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง สภาฯเห็นว่ารายงานที่มีการปรับปรุงแก้ไขได้มาตรฐานตามที่วางไว้

สภา NNC ยังตั้งข้อสังเกตว่าการปฏิบัติที่ดีที่สุดให้ความเคารพต่อความรู้สึกอันละเอียดอ่อนของผู้อ่าน ทำได้โดยโพสต์คำเตือนเป็นกราฟิกเนื้อหาที่ด้านบนของเรื่อง นสพ. Sudbury Star ควรใช้แนวทางดังกล่าวในอนาคต

กรณีผู้ร้องเรียนแนะนำว่าบรรณาธิการไม่เข้าใจว่าทำไมรายงานนี้ไม่เหมาะสมและเป็นห่วงว่าในอนาคตอาจเกิดขึ้นอีก

The NNC ตรวจสอบแล้วพบว่าองค์กรข่าวได้มีการเปลี่ยนแปลงรายงานไปแล้วถือว่าแสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะเมื่อรู้ว่าได้รายงาน”ล้ำเส้น”ไป ส่วนเรื่องที่คนร้องเรียนเป็นห่วงว่าจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต สภาฯไม่สามารถที่จะทำอะไรได้กับการเหตุการณ์อนาคต

(หมายเหตุ-สภาฯ แก้ปัญหาร้องเรียนเรื่องนี้ 1 เดือนเศษ)

แท็ก คำค้นหา

  เมื่อ: วันศุกร์, มกราคม 17th, 2020, หมวด highlight, บทความทางวิชาการอื่นๆ, บอกเล่าเก้าสิบ
ปฏิทิน
กรกฎาคม 2020
วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัส วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์
มิถุนายน 29, 2020 มิถุนายน 30, 2020 กรกฎาคม 1, 2020 กรกฎาคม 2, 2020 กรกฎาคม 3, 2020 กรกฎาคม 4, 2020 กรกฎาคม 5, 2020
กรกฎาคม 6, 2020 กรกฎาคม 7, 2020 กรกฎาคม 8, 2020 กรกฎาคม 9, 2020 กรกฎาคม 10, 2020 กรกฎาคม 11, 2020 กรกฎาคม 12, 2020
กรกฎาคม 13, 2020 กรกฎาคม 14, 2020 กรกฎาคม 15, 2020 กรกฎาคม 16, 2020 กรกฎาคม 17, 2020 กรกฎาคม 18, 2020 กรกฎาคม 19, 2020
กรกฎาคม 20, 2020 กรกฎาคม 21, 2020 กรกฎาคม 22, 2020 กรกฎาคม 23, 2020 กรกฎาคม 24, 2020 กรกฎาคม 25, 2020 กรกฎาคม 26, 2020
กรกฎาคม 27, 2020 กรกฎาคม 28, 2020 กรกฎาคม 29, 2020 กรกฎาคม 30, 2020 กรกฎาคม 31, 2020 สิงหาคม 1, 2020 สิงหาคม 2, 2020