Default thumbnail.Default thumbnail.

เปิดตัว Cofact  พื้นที่ออนไลน์เพื่อตรวจสอบและร่วมสกัดข่าวลวงด้วยพลังภาคพลเมือง

  เมื่อ: วันจันทร์, เมษายน 20th, 2020, หมวด highlight, ข่าวเด่น, บอกเล่าเก้าสิบ

เปิดตัว Cofact  พื้นที่ออนไลน์เพื่อตรวจสอบและร่วมสกัดข่าวลวงด้วยพลังภาคพลเมือง

 

เมื่อเร็วๆ นี้ ภาคีประชาสังคมจัดเสวนานักคิดดิจิทัล  Digital Thinker Forum#8 เรื่อง “Cofact vs Covid19  เราควรรับมือโรคระบาดข้อมูลข่าวสารอย่างไรให้สมดุล” พร้อมเปิดตัวเว็บไซต์และ line Chatbot “Cofact”ซึ่งเป็นพื้นที่เพื่อให้ประชาชนได้เข้าไปตรวจสอบข้อมูลข่าวสารว่าเป็นข่าวลวงหรือไม่  ย้ำระบบพัฒนาได้โดยยึดฐานการมีส่วนร่วมจากผู้ใช้งาน

 สุนิตย์ เชรษฐา  จาก Change Fusion  หนึ่งในทีมพัฒนาระบบกล่าวถึงที่มาของโครงการว่าได้รับแรงบันดาลใจจากกรณีศึกษาในไต้หวัน ที่เชื่อเรื่องพลังของภาคพลเมืองในการรับมือกับด้านมืดของข้อมูลข่าวสาร โดยใช้เทคโนโลยีออนไลน์สร้างพื้นที่กลางเพื่อให้ทุกฝ่ายมาช่วยกันค้นหาข้อเท็จจริง คัดกรองและตรวจสอบข่าวลวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้หารือกับคุณออร์เดร ถัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล ฯ และและทีมพัฒนาต้นแบบในไต้หวัน โดยมี OpenDream เป็นทีมพัฒนาต่อยอดระบบให้เหมาะกับบริบทของไทย

โครงการ Cofact หรือ Collaborative Fact Checking  เป็นการใช้เทคโนโลยีภาคพลเมือง (Civic Tech) เชื่อมกับงานเชิงข่าวด้านวารสารศาสตร์ (Journalism) โดยมีกองบรรณาธิการร่วมกับอาสาสมัครคัดกรองข่าว  นอกจากเว็บไซต์หลักแล้ว ยังมี Chatbot หรือโปรแกรมการพูดคุยอัตโนมัติที่เปิดให้ทุกคนส่งข่าวให้ทีมกลั่นกรองได้ มีการพัฒนางานข่าวเชิงลึก  นำเสนอบทความที่น่าสนใจอันสืบเนื่องจากประเด็นข่าวจริงข่าวลวงที่เป็นกระแส การใช้งานง่ายเพียงเข้าสู่ระบบแล้วพิมพ์ข้อมูลคำที่ต้องการตรวจสอบหรือค้นหาได้เลย  หากมีฐานข้อมูลเรื่องดังกล่าว ก็จะปรากฎข้อความให้ทราบว่ามีคนตรวจสอบและสืบค้นแล้วหรือไม่อย่างไร

“เป้าหมายคืออยากให้การตรวจสอบมาจากทั้งกลุ่มประชาชนทั่วไปที่เป็นคนใช้งาน หัวใจสำคัญคือการสร้างการมีส่วนร่วม คนสามารถเข้ามาตรวจสอบได้ง่ายๆ ไม่ต้องเสียเวลาสืบค้นมาก เมื่อพบข้อเท็จจริงแล้วอยากให้แชร์ต่อให้คนอื่นรับทราบด้วย ข้อมูลนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อาจมีทั้งจริง ไม่จริงและยังตรวจสอบไม่ได้ แต่เครื่องมือนี้จะทำให้เครือข่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจำนวนมากได้เก็บข้อมูลและแชร์ฐานข้อมูลกลางที่กำลังเป็นกระแสเพื่อตรวจสอบข่าวลวงได้ รวมทั้งการวิเคราะห์หาต้นตอแหล่งกำเนิดข่าวลวง”

สุนิตย์กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีศึกษาข่าวสารในช่วงการระบาดของไวรัส Covid-19 พบว่าต้นตอของข่าวลวงนั้นมาจากหลากหลายแหล่งที่มีรูปแบบแตกต่างกัน เมื่อแชร์แล้วทำให้กระแสกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มของผู้ทำหน้าที่ช่วยตรวจสอบความถูกต้อง (corrector) ของข้อมูลดังกล่าวด้วย  ยิ่งมีจำนวนมากก็ทำให้ข่าวลวงกำลังอ่อนลง ดังนั้นหากสร้างระบบนิเวศของการจัดการข่าวลวง ให้คนช่วยกันตรวจสอบได้มาก จะลดข่าวลวงได้ในที่สุด

สุภิญญา กลางณรงค์  ผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ Cofact กล่าวว่าแนวคิดนี้ให้คุณค่ากับความรับผิดชอบของพลเมือง ทุกภาคส่วนเป็นผู้ร่วมตรวจสอบข่าวลวงด้วยกัน

“เราเชื่อว่าการแก้ปัญหาข่าวลวงในยุคดิจิทัลคือการทำให้ทุกคนกลายเป็นคนตรวจสอบข่าวหรือ Fact checker และสร้างพื้นที่ในการแสวงหาข้อเท็จจริงร่วมกัน โดยเปิดเวทีให้มีตลาดทางความคิดเห็นที่หลากหลาย (Marketplace of Ideas) แยกแยะได้ระหว่างข้อเท็จจริง (Facts) และความคิดเห็น (Opinion) โดยเชื่อมั่นในวิจารณญาณของสังคม ท้ายที่สุดแล้วถ้าเราไม่สามารถเชื่ออะไรได้เลย ก็ไม่เชื่อไว้ก่อนจนกว่าจะมีการสืบค้นข้อเท็จจริงจนประจักษ์ร่วมกัน ย่อมดีกว่าการเชื่อไปโดยไม่ไตร่ตรอง หรือเชื่ออย่างมืดบอด”

ด้านสถาพร อารักษ์วทนะ จากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค  กล่าวว่าการระบาดของ Covid-19 ส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายมิติ รวมทั้งข่าวลวงก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นด้วย ระหว่างเดือนมกราคม – มีนาคมที่ผ่านมา มีเรื่องร้องเรียนสูงถึง 1,055 รายการ แบ่งเป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลสายสุขภาพหรือผลิตภัณฑ์  ฉลากอาหารและผลิตภัณฑ์ถูกยกเลิกไปแล้วหรือไม่มีเลข อย. แต่ยังพบในท้องตลาด

“ข้อมูลเช่นโฆษณาว่ากินอะไรเสริมภูมิต้านทาน ต้านโควิดหรือฆ่าเชื้อได้ คนที่ตระหนกยังไม่ทันตรวจสอบก็ซื้อหมด ช่องทางการขาย e market place ทำให้ซื้อขายได้ง่าย ตรวจสอบยาก ที่น่าเป็นห่วงคือสินค้าไม่ได้มาตรฐานและผิดกฎหมาย เช่น เจลอนามัยและแอลกอฮอล์รวมทั้งหน้ากากอนามัย เราประสานเจ้าของตลาดออนไลน์ให้เอาการขายเหล่านี้ออกไป เขาให้ความร่วมมือแต่ผู้ค้าก็มีเทคนิคพยายามเอาโฆษณากลับเข้ามาอีก”

ผู้บริโภคยังได้รับผลกระทบจากการเลื่อนเที่ยวบิน ยกเลิกทัวร์ และพิษเศรษฐกิจจากมาตรการต่างๆ เพื่อระงับการระบาดของโรคทำให้มีคนตกงาน หยุดงาน มีหนี้บัตรเครดิต ล่าสุดคือการลงทะเบียนรับสิทธิใช้อินเตอร์เน็ตฟรีเพราะทำให้คนที่ใช้อินเตอร์เน็ตอยู่เดิมนั้นกระทบจากความเร็วเน็ตที่ลดลง   สถาพรกล่าวอีกว่า ถ้าทุกคนสงสัยและตั้งคำถาม จะนำไปสู่การค้นหาความจริง อย่าหลงเชื่ออะไรง่ายๆ ตรวจสอบทุกครั้ง และเมื่อทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคพบข้อมูลผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย ก็จะส่งให้ CoFact ทันที เพื่อให้ทุกคนเจ้ามาค้นหาความจริงได้

พีรพล อนุตรโสตถิ์ ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย อสมท กล่าวว่าข่าวปลอมและข่าวลวงเกิดขึ้นทุกวัน  อีกทั้งการตรวจสอบยากขึ้น กรณี Covid-19  ถือเป็นโอลิมปิกของปัญหาข่าวลวงระบาดซึ่งเป็นสถานการณ์ทั่วโลก เพียงแต่อาจมีบางกรณีที่มีลักษณะเฉพาะท้องถิ่นที่แตกต่างออกไป  หากจำแนกแหล่งที่มาของการเกิดข่าวลวงหรือสร้างความเข้าใจผิด อาจแบ่งได้เป็น 8 กลุ่มหลัก คือ สื่อทุกระดับ, ผู้เชี่ยวชาญทั้งที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์และไม่เกี่ยวกับการแพทย์, คนขายของทำให้คนเชื่อและสั่งซื้อไปกินไปใช้,ประชาชนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ,การหลอกลวงมาจากต่างประเทศ แล้วกระจายข้อมูลเข้ามาในไทย,ปัญหาจากการทำงานไม่ลงรอยระหว่างหน่วยงานราชการ/นักการเมือง,คนที่ตั้งใจป่วน กุข่าวลวง หวังผลให้แตกตื่นตกใจและเหตุจากการสื่อสารที่ไม่ครบถ้วน

“ข้อมูลหลายส่วนมีทั้งข้อเท็จจริงและสิ่งที่ไม่ถูกต้อง จึงอาจทำให้คนตื่นตระหนก เกิดความเข้าใจผิด   เครียดและสับสนนำไปสู่การป้องกันดูแลตัวเองผิดวิธี ทางแก้ไข คือเราต้องตรวจสอบอย่างรอบด้าน ไม่รีบร้อนแชร์ส่งต่อข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ  ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสของสื่อและคนทำงานเพื่อตรวจสอบข้อมูลให้ประชาชน หากไม่มีแหล่งที่มาอย่างชัดเจนให้สงสัยไว้ก่อน อย่าเผยแพร่ ถ้าไม่แน่ใจ เช่น ไม่มีแถลงข่าว ไม่มีเสียงบุคคลนั้นพูด ไม่มีเอกสารที่ตรวจสอบที่มาได้ ไม่มีลิงก์ไปยังเว็บไซต์ โดยเฉพาะคนที่มีความน่าเชื่อถือก็ต้องระมัดระวังการแชร์หรือเปิดเผยข้อมูลด้วย”

อย่างไรก็ตาม พีรพลมองในแง่ดีว่า  ข่าวสารที่มีมากก็ทำให้คนตั้งคำถามกันมากขึ้นเกิดข้อสงสัยมากขึ้นด้วย  สำหรับประเทศไทย เขาเห็นว่าประเด็นที่อ่อนไหวง่ายคือ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยด้านสาธารณสุขและเกี่ยวข้องกับเนื้อหาวิชาการหรือศัพท์เทคนิคทางการแพทย์หรือทางวิทยาศาสตร์ การวิจัย ซึ่งหาแหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ยาก

ส่วน ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ จากสถาบันนโยบายสาธารณะ  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นักศึกษาปริญญาเอกสาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด แบ่งปันประสบการณ์ตรงในฐานะผู้เคยตกอยู่ในกระแสข่าวลวง ทั้งจากกรณีของคุณพ่อคือ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เมื่อถูกคนแอบอ้างชื่อเพื่อเรียกร้องให้ประชาชนออกมาชุมนุมกับกปปส. ประมาณปี ค.ศ. 2014 โพสต์นั้นถูกแชร์ไปกว่า3หมื่นครั้งและมียอดไลค์กว่า2หมื่นครั้ง แม้จะมีข่าวแก้ไขในเวลาต่อมา แต่ยอดการแชร์ก็น้อยกว่าข่าวลวงที่เสนอไปก่อนหน้านั้น

ส่วนตัวเขาเองก็เจอประสบการณ์ถูกแอบอ้างชื่อปีที่แล้ว หลังจากโพสต์เกี่ยวกับหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งที่ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมจากหน่วยงานภาครัฐ เขาแสดงความเห็นว่าประเทศไทยต้องมีมาตรฐานทางกฎหมายมากกว่านี้ ไม่ควรมองคู่แข่งทางการเมืองเป็นศัตรูเพราะจะทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ เนื้อหาในบทความนั้นไม่ได้เชียร์หรือตำหนิใครอย่างเจาะจง แต่มีคนเอาบทความอีกชิ้นที่ใช้ถ้อยคำและภาษารุนแรงกว่า เอามาต่อกันโดยเหมารวมว่าเป็นงานเขียนของฟูอาดี้ทั้งหมด  ซึ่งไม่จริง จนเกิดการแชร์กระจายไปอย่างกว้างขวาง

“ผมเห็นว่ามี 3 ประเด็นที่เป็นข้อสังเกต  อย่างแรกคือข้อมูลข่าวสารที่กุขึ้น เล่นกับอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนจะไปได้ไกลกว่าข่าวจริงที่มีเนื้อหาสาระ ประการที่ 2 ข่าวบางเรื่องแม้จะเป็นความจริงในช่วงเวลาหนึ่งแต่เมื่อสถานการณ์และเวลาเปลี่ยนไป มีข้อมูลใหม่เข้ามาทดแทน ข้อมูลเก่าก็ไม่ถูกต้องแล้ว เราต้องตระหนักเรื่องนี้ เช่น คำแนะนำสวมหน้ากากอนามัยสำหรับคนที่ไม่ป่วย ตอนแรกองค์การอนามัยโลกบอกว่าไม่จำเป็น แต่พอหลังจากการระบาดหนักขึ้นก็บอกว่าคนไม่ป่วยก็ควรใส่เพื่อป้องกัน เป็นต้น และสุดท้ายความยากในการแยกแยะระหว่างความจริงกับข้อคิดเห็น เช่น ในเมืองไทยตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าตกลงรัฐบาลรับมือกับการระบาดได้ดีแค่ไหน เพราะยังมีความเห็นเป็นสองฝ่าย”

ฟูอาดี้เห็นว่า หาก Cofact สามารถพัฒนาระบบเพิ่มขึ้นนอกจากการตรวจสอบข่าวลวงแล้ว ยังทำหน้าที่ช่วยนำเสนอข้อมูลข่าวประจำวัน โดยเชื่อมโยงข่าวจากแหล่งต่าง ๆที่หลากหลาย หรือข่าวที่มีความเห็นแตกต่างในแง่มุมอื่นมาให้ผู้รับสารได้เลือกเพื่ออ่านประกอบด้วยก็จะเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

กล้า  ตั้งสุวรรณ  CEO, ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย)  บริษัทผู้นำด้านการวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียล และเป็นพันธมิตรทำงานร่วมกับ Cofact กล่าวว่าการระบาดของข่าวสารในช่วง Covid-19 หลักๆ มาจากโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นตัวเร่งให้ข่าวลวงกระจายได้อย่างรวดเร็วกว้างขวาง  ดังนั้นเมื่อข่าวลวงเกิดขึ้นด้วยเทคโนโลยี ก็ต้องใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการ ก่อนหน้านั้น ข่าวลวงมีอยู่แล้ว แต่จำนวนและการแพร่กระจายไม่มาก เมื่อมีสื่อออนไลน์ก็ทำให้ข่าวลวงขยายตัวแบบก้าวกระโดด

เราทำงานร่วมกับ Cofact เพื่อคัดกรองข้อมูลข่าวสารแล้วประมวลผลโดยใช้ระบบและเทคโนโลยีช่วยจัดการข้อมูลมหาศาลเหล่านั้น เช่น ระหว่างวันที่ 13-16 มี.ค. เป็นช่วงที่ข่าวสารกระจายมาก เพราะรัฐบาลประกาศไม่หยุดสงกรานต์ การสื่อสารส่งต่อข้อมูลออนไลน์มากถึง 760 ล้านครั้ง  เกินกว่ามนุษย์จะประมวลได้ก็ต้องใช้ระบบและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการ ทำให้เราเห็นรายละเอียดถึงพื้นที่กระจายข่าวสารได้ เช่น ภาคตะวันออกจะใช้โซเชียลมีเดียเยอะ เป็นต้น”

กล้า ตั้งข้อสังเกตให้เท่าทันสื่อออนไลน์ว่า บางแพลตฟอร์มถูกออกแบบสำหรับการสื่อสารระหว่างเพื่อนบอกเพื่อน ทำให้ข่าวสารถูกคัดกรองเฉพาะเนื้อหาที่เราชอบและเลือกจะดูหรือฟัง จึงอาจทำให้เรารู้ข้อมูลแคบลง  เพราะเป็นข้อมูลที่มีความคิดเห็นร่วมด้วย ไม่ได้มีเฉพาะข้อเท็จจริง เขายังให้ความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลของหน่วยงานภาครัฐ ว่าภารกิจสำคัญ คือการควบคุมให้น้อย และสนับสนุนให้ประชาชนได้สื่อสารกันมากขึ้น โดยมีระบบรองรับที่เหมาะสมและเพียงพอ

ก่อนหน้านั้น ตัวแทนองค์กรร่วมจัดงานและผลักดันการเกิดขึ้นของ Cofact ต่างร่วมแสดงความคิดเห็นที่สอดคล้องในแนวทางเดียวกันว่า ท่ามกลางสังคมที่มีข่าวสารท่วมท้น มีด้านมืดของข้อมูลอาจเป็นอันตรายต่อประชาชนและผู้บริโภค ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีพื้นที่กลางเพื่อตรวจสอบข่าวลวง

วสันต์ ภัยหลีกลี้  ผู้จัดการกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เล่าย้อนที่มาของโครงการว่าเกิดจากความร่วมมือ 8 องค์กร ที่ได้ลงนามสัตยาบันร่วมกันตั้งแต่ปีที่แล้วเพื่อผลักดันให้เกิดมาตรการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ บนฐานของการมีส่วนร่วมจากคนในสังคม

“เราถือว่าประชาชนคนที่ใช้อินเตอร์เน็ตใช้ออนไลน์ ทุกคนมีส่วนช่วยกันตรวจสอบข้อมูลข่าวสารได้ ไม่มีใครผูกขาดความจริง  ไม่มีใครผูกขาดความถูกต้อง แต่ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบข่าวสารในสังคม ทำให้นิเวศน์สื่อดีขึ้นได้”

ดร.นพ. ไพโรจน์ เสาน่วม  ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สถานการณ์ Covid-19 ระบาด ทำให้เกิดผลกระทบอย่างกว้างขวาง แม้ว่าระบบสาธารณสุขไทยมีความก้าวหน้าติดอันดับโลก และมีระบบการบริหารจัดการได้ดี  แต่เรื่องสำคัญคือการมีข้อมูลข่าวสารจำนวนมากที่ขาดการคัดกรองความถูกต้องโดยเฉพาะการแข่งขันเรื่องความเร็ว จึงทำให้เกิดปัญหา

“คนตื่นตัวกันมาก แต่ก็มีความตระหนกเพิ่มขึ้นด้วย เพราะความกลัวและไม่รู้ การทำให้คนมีความรู้เท่าทันข้อมูล และเรียนรู้ปฏิบัติกับข้อมูลได้อย่างถูกต้องเป็นสิ่งที่ต้องช่วยกันส่งเสริม”

ดร.จิราพร วิทยศักดิ์พันธุ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ  สสส. กล่าวว่าในโลกของข่าวสารที่ทุกคนผลิตเนื้อหาได้ คนที่แชร์ข้อมูลอาจคิดว่าตัวเองเป็นต้นแหล่งของข้อมูลนั้น ๆ  แต่ไม่รู้ว่าเขาอาจกลายเป็นเหยื่อของข่าวลวงได้เช่นกัน 

“Cofact จะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลสกัดข่าวลวงได้ระดับหนึ่ง ถ้าหากสามารถหาโครงสร้างที่เหมาะสมและพัฒนาระบบได้จะแก้ปัญหาข่าวลวงได้อย่างอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป”

โครงการนี้เป็นความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน ได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, Center for Humanitarian Dialogue (HD), Friedrich Naumann Foundation for Freedom  (FNF), ดำเนินการโดย ChangeFusion และ OpenDream มีภาคีผู้ด้านเนื้อหาอย่าง มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค  และ ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) เป็นต้น

 

 

 

แท็ก คำค้นหา

  เมื่อ: วันจันทร์, เมษายน 20th, 2020, หมวด highlight, ข่าวเด่น, บอกเล่าเก้าสิบ
ปฏิทิน
ตุลาคม 2020
วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัส วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์
กันยายน 28, 2020 กันยายน 29, 2020 กันยายน 30, 2020 ตุลาคม 1, 2020 ตุลาคม 2, 2020 ตุลาคม 3, 2020 ตุลาคม 4, 2020
ตุลาคม 5, 2020 ตุลาคม 6, 2020 ตุลาคม 7, 2020 ตุลาคม 8, 2020 ตุลาคม 9, 2020 ตุลาคม 10, 2020 ตุลาคม 11, 2020
ตุลาคม 12, 2020 ตุลาคม 13, 2020 ตุลาคม 14, 2020 ตุลาคม 15, 2020 ตุลาคม 16, 2020 ตุลาคม 17, 2020 ตุลาคม 18, 2020
ตุลาคม 19, 2020 ตุลาคม 20, 2020 ตุลาคม 21, 2020 ตุลาคม 22, 2020 ตุลาคม 23, 2020 ตุลาคม 24, 2020 ตุลาคม 25, 2020
ตุลาคม 26, 2020 ตุลาคม 27, 2020 ตุลาคม 28, 2020 ตุลาคม 29, 2020 ตุลาคม 30, 2020 ตุลาคม 31, 2020 พฤศจิกายน 1, 2020