Default thumbnail.Default thumbnail.

โคแฟค เผย 5 ข่าวลวงโควิดวนซ้ำระบาดรอบใหม่ แนะสังคมร่วมสกัดไวรัสข่าวสารด้วยความจริงร่วม

  เมื่อ: วันจันทร์, มกราคม 11th, 2021, หมวด ข่าวเด่น, บอกเล่าเก้าสิบ

โคแฟค เผย 5 ข่าวลวงโควิดวนซ้ำระบาดรอบใหม่ แนะสังคมร่วมสกัดไวรัสข่าวสารด้วยความจริงร่วม

ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ที่นอกจากนำมาสู่โรคระบาดโควิด19 ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลกแล้ว ยังนำมาสู่ภาวะการระบาดของข้อมูลข่าวสาร (Infodemic)  ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือที่เรียกกันติดปากว่าข่าวลวง (fake news) เพิ่มอย่างมากมายทั่วโลกด้วย  ทางองค์การยูเนสโกเคยกล่าวไว้ว่า นอกจากแพทย์ พยาบาล และ บุคลากรทางการแพทย์ ยังมีข้อเท็จจริง (Facts) ที่จะช่วยรักษาชีวิตเราไว้ได้  ดังนั้นการตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลให้ชัดเจนก่อนที่จะเชื่อหรือส่งต่อจึงจำเป็นในยุคโควิด และการแสวงหาความจริงร่วมจากทุกฝ่ายให้แน่ใจก่อนที่จะยอมรับในข้อมูลข่าวสารนั้นจะช่วยรักษาพลเมืองจากโรคระบาดข้อมูลข่าวสารได้ โดยเฉพาะข้อมูลที่วนซ้ำกลับไปกลับมาในแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ที่เป็นแบบวงปิด อีกทั้งวัฒนธรรมความเกรงใจที่ทำให้ไม่เกิดการแก้ไขท้วงติงข้อมูลที่ส่งต่อกันมาในกลุ่มเพื่อนร่วมงานหรือเครือญาติ จึงทำให้ข้อมูลลวงหรือไม่จริงเหล่านั้นวนไปมาไม่จบสิ้น เช่นในการระบาดรอบใหม่นี้ของประเทศไทย ได้มีปรากฎการณ์ข่าวลือข่าวลวงวนซ้ำไปมาอีกรอบทั้งที่มีการตรวจสอบแล้วว่าไม่เป็นความจริง

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง โคแฟค ประเทศไทย (COFACT Thailand) เปิดเผยว่า โครงการนี้ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของภาคประชาสังคมเพื่อเปิดพื้นที่การใช้นวัตกรรมตรวจสอบข่าวลือข่าวลวงผ่านสื่อออนไลน์ ได้รวบรวม 5 ข่าวเกี่ยวกับโรคระบาดโควิดที่วนซ้ำกลับมาอีกรอบเพื่อการรู้เท่าทันของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ดังนี้

1. “คลิปเสียงปลอม” ความยาว 1.20 นาที อ้างว่าเป็นเสียงของ นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชฯ โดยมีเนื้อหา ขอความร่วมมือให้ประชาชนคนไทยทุกท่าน ล็อคดาวน์ ที่มีการส่งต่อกันอย่างแพร่หลายข้ามปี จนทำให้ทางคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ต้องออกแถลงการชี้แจงว่า คลิปเสียงดังกล่าว ไม่ใช่เสียงของ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จึงขอความร่วมมือทุกท่านอย่าแชร์ อย่าโพสต์คลิปเสียงกันอีก เพราะไม่ใช่เสียงจริง

2.  การดื่มน้ำมะนาวฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้ : หลายคนอาจเคยได้ยินวลี “มะนาวโซดาฆ่ามะเร็ง” ที่หมายถึงยุคหนึ่งเคยมีการส่งต่อข้อมูลบนโลกออนไลน์ว่าการดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำโซดาสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ ซึ่งต่อมาได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง กระทั่งเมื่อเกิดวิกฤติไวรัสโควิด-19 มะนาวถูกยกมาเป็นยาวิเศษอีกครั้งหนึ่ง โดยช่วงเดือน มี.ค. 2563 มีการแชร์ข้อมูลว่าน้ำมะนาวสามารถฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้ ซึ่ง นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อดีตอธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบายผ่านสื่อมวลชน เมื่อ 28 มี.ค. 2563 ว่า มะนาวมีวิตามินซีสูง ช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน เชื้อโรคไม่สามารถฝังเข้าไปในเซลล์ของทางเดินหายใจและปอดได้ง่ายเท่านั้น แต่ไม่สามารถฆ่าไวรัสได้

ในช่วงไล่เลี่ยกันยังมีการแชร์ข้อมูลน้ำมะนาวผสมโซดา (อีกแล้ว) แต่คราวนี้ผสมน้ำส้มสายชูไปด้วยโดยอ้างว่าสูตรนี้ฆ่าไวรัสโควิด-19 ได้แน่นอน เพราะจะไปทำลายไวรัสที่พบในลำคอ ซึ่งทางกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ออกมาเตือนประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อ เพราะข้อมูลดังกล่าวยังไม่มีผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ใดๆ มารับรอง

3. เลือดเป็นด่างมีโอกาสติดไวรัสโควิด-19 ได้น้อยลง : เป็นอีกเรื่องที่แชร์กันมากตั้งแต่ช่วงที่ไวรัสโควิด-19 เริ่มระบาดใหม่ๆ และมักถูกนำไปโยงกับความเชื่อทางศาสนา ที่อ้างว่าบุคคลใดกินเจไม่แตะต้องเนื้อสัตว์ ไวรัสโควิด-19 จะไม่สามารถทำอันตรายใดๆ ได้ หรือถึงได้ก็มีอาการไม่รุนแรง เพราะอาหารเจทำให้เลือดเป็นด่าง (วัดจากค่า pH ซึ่งมีระดับตั้งแต่ 1-14 โดย 1 หมายถึงเป็นกรดรุนแรงที่สุด และ 14 หมายถึงเป็นด่างรุนแรงที่สุด) โดยอ้างชื่อแพทย์บางท่านที่หันไปทำงานด้านส่งเสริมการกินเจ

เรื่องนี้ถูกตรวจสอบและถูกนำกลับมาแชร์ต่อวนไป-มาครั้งเล่าครั้งเล่า ไล่ตั้งแต่ช่วงปลายเดือน มี.ค.-กลางเดือน เม.ย. 2563 มีทั้งผู้เชียวชาญที่ชี้แจงว่า ค่า pH ของเลือดมนุษย์โดยทั่วไปไม่ว่าจะกินเจ กินมังสวิรัติ หรือกินเนื้อสัตว์ จะอยู่ที่ 7.35-7.45 และเป็นค่าที่ค่อนข้างคงที่ด้วยเพราะร่างกายมีกลไกปรับสมดุลอยู่ เช่นเดียวกับ พ.ต.ต.นพ.ธนิต จิรนันท์ธวัช อายุรแพทย์ และโฆษกโรงพยาบาลตำรวจ ที่อธิบายผ่านสื่อมวลชน ยืนยันอีกเสียงเรื่องค่า pH ของเลือดมนุษย์ที่จะอยู่ที่ 7.35-7.45 และการบริโภคผักและผลไม้ก็ไม่สามารถเปลี่ยนค่านี้ได้ ส่วนที่บอกว่าด่างฆ่าเชื้อไวรัสได้นั้นเป็นปัจจัยภายนอกร่างกาย เช่น การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีฤทธิ์เป็นด่างรุนแรงเช็ดถูสิ่งของต่างๆ เป็นต้น

กรณีชวนเชื่อเรื่องสุขภาพที่ระบุถึงวิธีฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ด้วยการกินผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นด่าง ทางกรมควบคุมโรค ได้ชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่า ข้อความดังกล่าวเป็นข้อมูลเกินจริงและไม่ถูกต้อง ถูกนำมาส่งต่อซ้ำๆ โดยขณะนี้ยังไม่มีข้อพิสูจน์ทางการแพทย์ และวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่ยืนยันว่าการรับประทานผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นด่าง มีผลในการช่วยฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้

4. พัสดุไปรษณีย์เป็นแหล่งแพร่เชื้อโควิด-19 : เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2564 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้ชี้แจงผ่านเว็บไซต์ของบริษัท กรณีมีการส่งข้อความผ่านสื่อออนไลน์ ระบุว่า สำนักงานไปรษณีย์แจ้งเตือนเมื่อได้รับจดหมายหรือพัสดุให้แยกไว้ก่อน 24 ชั่วโมง หรือฉีดพ่นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนนำเข้าบ้าน เพราะมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากพัสดุไปรษณีย์แล้ว ว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง พร้อมกับย้ำว่า บ.ไปรษณีย์ไทย มีมาตรการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งการทำความสะอาดรถขนพัสดุ ไปรษณียภัณฑ์ ตลอดจนสำนักงานที่มีประชาชนมาใช้บริการ เป็นต้น

แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ข่าวลือเรื่องมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากจดหมายหรือพัสดุไปรษณีย์และให้ระมัดระวังการรับจดหมายหรือพัสดุที่มาส่ง เกิดขึ้นมาก่อนแล้วในช่วงที่มีสถานการณ์ระบาดรอบแรก ย้อนไปเมื่อ 8 เม.ย. 2563 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ เคยแจ้งเตือนเรื่องนี้ไปแล้วหนหนึ่ง ที่น่าสนใจคือข่าวปลอมทั้ง 2 ครั้ง ข้อความที่แชร์ยังเหมือนกันทุกถ้อยคำ ทั้งที่ระยะเวลาห่างกันถึง 9 เดือน

5. ยืนตากแดดฆ่าเชื้อโควิด-19 ในร่างกายได้ : เรื่องนี้ปรากฏเป็นข่าวครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2563 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ แจ้งเตือนโดยอ้างข้อความที่แชร์บนโลกออนไลน์ เสนอให้รณรงค์ชักชวนผู้คนมายืนตากแดดออกกำลังกายยามเช้าเพื่อให้แสงแดดฆ่าเชื้อโรค เพราะเชื้อโรคชอบความเย็น ซึ่งเวลานั้น กรมควบคุมโรค ก็ฝากเตือนมาว่า เชื้อไวรัสตระกูลโคโรนา (ซึ่งไวรัสโควิด-19 ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า SARS-CoV-2 ก็เป็นเชื้อตระกูลนี้) สามารถทนทานต่อความร้อนได้ถึง 90 องศาเซลเซียส แต่ความร้อนของแสงแดดนั้นไม่ถึงระดับดังกล่าว

อีกเกือบ 9 เดือนต่อมา..วันที่ 13 ธ.ค. 2563 หรือเพียงไม่กี่วันก่อนเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ที่ จ.สมุทรสาคร ทางกรมควบคุมโรค ได้ฝากผ่านศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ ให้แจ้งเตือนประชาชนอีกครั้ง กรณีมีการแชร์ข้อความผ่านสื่อออนไลน์ ระบุว่า การยืนตากแดด 20 นาทีหรือนานกว่านั้น สามารถฆ่าเชื้อโควิด-19 ในร่างกายได้ (แถมครั้งนี้อ้างว่าเป็นข้อมูลจากพยาบาลในประเทศอังกฤษอีกต่างหาก) เรื่องดังกล่าวยังไม่เคยมีผลวิจัยใดๆ ทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน ที่สำคัญคือเชื้อไวรัสตระกูลโคโรนาทนความร้อนได้ถึง 90 องศาเซลเซียส แสงแดดที่มนุษย์ได้รับนั้นไม่ร้อนถึงระดับดังกล่าวแน่นอน ทั้งนี้การป้องกันตัวเองด้วยวิธีสวมหน้ากากอนามัย กินร้อน ช้อนตัวเอง ล้างมือบ่อยๆ คงดีที่สุดแล้วแม้ว่าต่อไปจะมีวัคซีนก็ตาม

นางสาวสุภิญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า ตัวอย่างทั้ง 5 เรื่องนี้เป็นตัวอย่างของข่าวลือข่าวลวงที่เป็นปรากฎการณ์โรคระบาดข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 แม้จะมีการพิสูจน์กันไปแล้วว่าไม่เป็นความจริง แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งก็ถูกนำกลับมาแชร์กันบนโลกออนไลน์อีกครั้ง ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมข่าวลวงอีกเป็นจำนวนมากทั้งที่เกี่ยวกับประเด็นสุขภาพและประเด็นอื่นๆ

สำหรับประเทศไทย นอกจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นหน่วยงานของภาครัฐ ทำหน้าที่ตรวสอบจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องหรือสื่อมวลชนอย่างศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์แล้ว  ยังมีแพลตฟอร์ม “โคแฟค” CoFact (Collaborative Fact Checking) ที่ดำเนินการโดยภาคีภาคประชาสังคมเปิดพื้นที่ให้ทุกคนร่วมเป็นผู้ตรวจสอบข่าวหรือ Fact checkers ด้วยอีกทาง

“โคแฟคเป็นการใช้เทคโนโลยีภาคพลเมือง (Civic Tech) เชื่อมกับงานเชิงข่าวด้านวารสารศาสตร์ (Journalism) โดยมีกองบรรณาธิการร่วมกับอาสาสมัครคัดกรองข่าว นอกจากเว็บไซต์หลักแล้ว ยังมี Line Chatbot ( @cofact) หรือโปรแกรมการพูดคุยอัตโนมัติที่เปิดให้ทุกคนส่งข่าวให้ทีมงานกลั่นกรองได้ ผ่านช่องทางหลักคือเว็บไซต์ “cofact.org” ทำหน้าที่เป็นคลังข้อมูลเก็บข่าวที่เคยมีการแชร์และได้รับการตรวจสอบแล้ว (ทั้งเป็นข่าวจริง ข่าวปลอม และยังไม่ได้ข้อสรุป) รวมถึงมีเพจเฟซบุ๊ก “Cofact โคแฟค” สำหรับแจ้งข่าวที่ได้รับการตรวจสอบแล้วในแต่ละวัน

ภาคีโคแฟค ประเทศไทยเชื่อว่า เพื่อหยุดยั้งการระบาดของไวรัสข้อมูลข่าวสารลวง นอกจากการต้องตรวจสอบแหล่งที่มาให้แน่ใจก่อนส่งต่อแล้ว พลเมืองผู้ใช้สื่อออนไลน์ทุกคนจะต้องช่วยกันสกัดกั้นการระบาดด้วยการตรวจสอบและช่วยโต้แย้งแก้ไขเมื่อเห็นการแชร์ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องในกลุ่มต่างๆ ด้วย ดีกว่าการปล่อยผ่านไป เพราะบางครั้งความเข้าใจผิดอาจนำไปสู่ผลกระทบด้านลบทั้งต่อตัวเองและผู้อื่นได้” สุภิญญากล่าว

แท็ก คำค้นหา

  เมื่อ: วันจันทร์, มกราคม 11th, 2021, หมวด ข่าวเด่น, บอกเล่าเก้าสิบ
ปฏิทิน
กรกฎาคม 2021
วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัส วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์
มิถุนายน 28, 2021 มิถุนายน 29, 2021 มิถุนายน 30, 2021 กรกฎาคม 1, 2021 กรกฎาคม 2, 2021 กรกฎาคม 3, 2021 กรกฎาคม 4, 2021
กรกฎาคม 5, 2021 กรกฎาคม 6, 2021 กรกฎาคม 7, 2021 กรกฎาคม 8, 2021 กรกฎาคม 9, 2021 กรกฎาคม 10, 2021 กรกฎาคม 11, 2021
กรกฎาคม 12, 2021 กรกฎาคม 13, 2021 กรกฎาคม 14, 2021 กรกฎาคม 15, 2021 กรกฎาคม 16, 2021 กรกฎาคม 17, 2021 กรกฎาคม 18, 2021
กรกฎาคม 19, 2021 กรกฎาคม 20, 2021 กรกฎาคม 21, 2021 กรกฎาคม 22, 2021 กรกฎาคม 23, 2021 กรกฎาคม 24, 2021 กรกฎาคม 25, 2021
กรกฎาคม 26, 2021 กรกฎาคม 27, 2021 กรกฎาคม 28, 2021 กรกฎาคม 29, 2021 กรกฎาคม 30, 2021 กรกฎาคม 31, 2021 สิงหาคม 1, 2021