Default thumbnail.Default thumbnail.

ข้อบังคับสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ว่าด้วย การพิจารณาเรื่องร้องเรียนด้านจริยธรรมแห่งวิชาชีพภายในองค์กรสมาชิก พ.ศ. ๒๕๖๔

  เมื่อ: วันอังคาร, สิงหาคม 10th, 2021, หมวด ไม่มีหมวดหมู่

ข้อบังคับสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ

ว่าด้วย

การพิจารณาเรื่องร้องเรียนด้านจริยธรรมแห่งวิชาชีพภายในองค์กรสมาชิก พ.ศ. ๒๕๖๔

โดยที่สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติซึ่งเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลกันเองด้านจริยธรรมในวิชาชีพสื่อมวลชน ได้ออกข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. ๒๕๖๔ และข้อบังคับสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ว่าด้วยวิธีพิจารณาเรื่องร้องเรียน พ.ศ. ๒๕๖๔ ดังนั้น เพื่อให้การกำกับดูแลกันเองขององค์กรสมาชิกด้านจริยธรรมเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงเห็นสมควรออกข้อบังคับนี้ไว้เป็นแนวทางให้องค์กรสมาชิกของสภาการสื่อมวลชนแห่งชาตินำไปปฏิบัติเพื่อเป็นแนวทางเดียวกัน ดังต่อไปนี้

หมวด ๑ บททั่วไป

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติว่าด้วยการพิจารณาเรื่องร้องเรียนด้านจริยธรรมแห่งวิชาชีพภายในองค์กรสมาชิก พ.ศ. ๒๕๖๔”

ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้ตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้

“องค์กรสมาชิก” หมายถึง สมาชิกของสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ตามธรรมนูญสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓

“คณะกรรมการ” หมายถึง คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนภายในองค์กรสมาชิก

“จริยธรรมแห่งวิชาชีพ” หมายถึง จริยธรรมแห่งวิชาชีพของสื่อมวลชนตามข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๔ และจริยธรรมหรือแนวปฏิบัติอื่นๆ ที่องค์กรสมาชิกกำหนด

“เรื่องร้องเรียน” หมายถึง การร้องเรียนอันเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพของสื่อมวลชน หรือผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน

“เลขาธิการ” หมายถึง เลขาธิการสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ

“ข่าว เนื้อหาข่าว การแสดงความคิดเห็น เนื้อหาทั่วไป” หมายถึง ข่าว เนื้อหาข่าว การแสดงความคิดเห็น เนื้อหาทั่วไป ตามข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๔

ข้อ ๔ ให้เลขาธิการสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติรักษาการตามข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจในการตีความวินิจฉัยปัญหา กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้

หมวด ๒ คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนภายในองค์กรสมาชิก

ข้อ ๕ ให้องค์กรสมาชิกจัดตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนภายในองค์กรสมาชิก” ซึ่งประกอบด้วยกรรมการมีจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่าสามคนแต่ไม่เกินเจ็ดคน ดังนี้

(๑) กรรมการที่มาจากเจ้าของ หรือฝ่ายบริหาร ขององค์กรสมาชิก ส่วนหนึ่ง

(๒) กรรมการที่มาจากผู้ปฏิบัติงานในกองบรรณาธิการข่าว หรือผู้เกี่ยวเนื่องกับการผลิตข่าว หรือเนื้อหาข่าว ขององค์กรสมาชิกอีกส่วนหนึ่ง

(๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเจ้าขององค์กรสมาชิก เป็นผู้แต่งตั้งจากบัญชีรายชื่อที่ขึ้นทะเบียนอยู่กับสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ หรือบุคคลอื่นตามที่เห็นสมควร 

คณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง มีหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องเรียนอันเกี่ยวด้วยข่าว เนื้อหาข่าว และการแสดงความคิดเห็น ตามข้อ ๓ แห่งข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ที่ปรากฏในสื่อที่องค์กรสมาชิกเป็นเจ้าของ และเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับพฤติกรรมการทำหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนที่อยู่ในสังกัดองค์กรสมาชิก ซึ่งผู้ร้องเรียนเห็นว่าสร้างความเสียหายแก่ตน หรือตนได้รับผลกระทบจากการนำเสนอข่าว เนื้อหาข่าว และการแสดงความคิดเห็น ที่ขัดต่อข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ทั้งในกรณีของการรับเรื่องร้องเรียนโดยตรง หรือได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เพื่อเยียวยาหรือแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง ต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ในด้านสื่อสารมวลชน ด้านกฎหมาย หรือด้านการคุ้มครองผู้บริโภค โดยให้มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าว จะเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการดังกล่าวเกินกว่า สาม องค์กรมิได้

เมื่อจัดตั้งคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งเสร็จสิ้นแล้ว ให้องค์กรสมาชิกแจ้งรายชื่อคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นพร้อมรายชื่อผู้ประสานงานซึ่งจะเป็นกรรมการหรือไม่ก็ได้ ต่อสำนักเลขาธิการสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ภายในระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการแต่งตั้ง

ข้อ ๖ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีสัญชาติไทย และต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(๑) เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๒) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่พ้นโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๓) เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างให้พักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน หรือถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ในหน่วยงานของเอกชน

(๔) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

ข้อ ๗ กรรมการ ตามข้อ ๕ พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) คณะกรรมการมีมติให้ออก เพราะบกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ

(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๖

ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการแทน เว้นแต่วาระของกรรมการจะเหลือน้อยกว่า ๖๐ วัน ทั้งนี้ให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งแทนเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ

ข้อ ๘ ในการประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการจึงจะเป็นองค์ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

ข้อ ๙ ให้คณะกรรมการสามารถปฏิบัติหน้าที่นับแต่วันที่ประกาศแต่งตั้งเป็นต้นไป โดยมีแนวทางในการกำหนดกรอบอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ได้รับความเดือดร้อน หรือเสียหาย หรือได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจากการนำเสนอข่าว เนื้อหาข่าว หรือการทำหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน พิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องเรียนตามข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน และระเบียบข้อบังคับภายในองค์กรสมาชิกที่สังกัด

(๒) แสวงหาข้อมูล หลักฐาน ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจำเป็นต่อการพิจารณาเรื่องร้องเรียนเท่าที่ดำเนินการได้

(๓) กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข มาตรการ ระเบียบและวิธีการ เพื่อให้การพิจารณาเรื่องร้องเรียนดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม รวมถึงการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ร้องเรียนและสาธารณชนรับทราบ

(๔) ให้การศึกษา อบรม เผยแพร่ความรู้ แก่ผู้ปฏิบัติงานและผู้เกี่ยวข้อง ให้ตระหนักในความรับผิดชอบด้านจริยธรรมวิชาชีพ

(๕) กำหนดมาตรการในการเยียวยา แก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนตามความเหมาะสม

(๖) เชิญบุคคลใดบุคคลหนึ่งมาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย คำแนะนำ หรือความเห็น

ข้อ ๑๐ ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการเพื่อพิจารณา หรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้ การประชุมคณะอนุกรรมการให้นำความในข้อ ๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ข้อ ๑๑ เรื่องที่คณะกรรมการจะรับไว้พิจารณาดำเนินการประกอบด้วย

(๑) เรื่องที่ได้รับคำร้องเรียนจากผู้เสียหาย หรือผู้ได้รับผลกระทบในความเสียหายจากการนำเสนอข่าวเนื้อหาข่าว หรือการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน

(๒) เรื่องที่คณะกรรมการเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ อันเกี่ยวด้วยกับการนำเสนอข่าว เนื้อหาข่าว ที่ปรากฏในสื่อมวลชน หรือจากพฤติกรรมการทำหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนว่าขัดต่อจริยธรรมแห่งวิชาชีพ

หากคณะกรรมการมีมติไม่รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา ให้แจ้งแก่ผู้ร้องเรียนทราบพร้อมแสดงเหตุผลโดยเร็ว แต่ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องเรียน พร้อมทั้งแจ้งสิทธิแก่ผู้ร้องเรียนในการเสนอเรื่องร้องเรียนนั้นต่อสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย

ข้อ ๑๒ คณะกรรมการต้องพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องเรียนให้แล้วเสร็จภายในกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่องร้องเรียน

กรณีมีเหตุจำเป็นคณะกรรมการอาจขยายระยะเวลาการพิจารณาและวินิจฉัยออกไปได้ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันครบกำหนดตามวรรคหนึ่ง ทั้งนี้ให้แจ้งเหตุผลของการขยายเวลาให้ผู้ร้องทราบอย่างชัดแจ้ง

ข้อ ๑๓ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาและวินิจฉัยเสร็จสิ้นแล้ว ให้แจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ร้องเรียน และเลขาธิการฯ ทราบโดยเร็ว แต่ต้องไม่เกินกว่าสิบห้าวันนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ

ข้อ ๑๔ คณะกรรมการต้องรายงานผลการพิจารณาและคำวินิจฉัย รวมทั้งปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะต่อสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ภายในเดือนมิถุนายน และธันวาคม ของทุกปี

ข้อ ๑๕ เมื่อคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยว่าการนำเสนอข่าว เนื้อหาข่าว การแสดงความคิดเห็น หรือพฤติกรรมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนในสังกัดองค์กรสมาชิก เป็นการกระทำที่ขัดต่อข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพ คณะกรรมการมีอำนาจดำเนินการแจ้งให้ผู้ถูกร้องเรียนปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑) ให้แก้ไขข้อความในข่าว เนื้อหาข่าว การแสดงความคิดเห็น หรือยุติการนำเสนอดังกล่าวในทันที

(๒) ให้โฆษณาเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิด หรือความคลาดเคลื่อนของ ข่าว เนื้อหาข่าว การแสดงความคิดเห็น ตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร

(๓) นำเสนอรูปแบบเนื้อหาการปรับปรุงแก้ไขที่เป็นการเยียวยาความเสียหาย ตามข้อเสนอแนะของผู้ร้องเรียน ภายใต้ความเห็นชอบของคณะกรรมการ หรือ

(๔) ห้ามมิให้กระทำการ หรือให้ระงับการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใด หรือให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว ตามสมควรแก่กรณี

ข้อ ๑๖ เพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งเจตนารมณ์ในการควบคุมกันเอง ห้ามมิให้คู่กรณีและผู้เกี่ยวข้อง หรือบุคคลภายนอก นำประเด็นเนื้อหาข้อร้องเรียน บันทึกการสอบสวน เอกสารข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาและวินิจฉัย ไปใช้อ้างอิง หรือใช้เป็นหลักฐานกล่าวหา หรือโฆษณาเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใด เว้นแต่เป็นการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ทางวิชาการและการเรียนรู้ โดยได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการ หรือคณะกรรมการเป็นกรณีไป ทั้งนี้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะต้องลงนามรับทราบก่อนเริ่มดำเนินการพิจารณาและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๔

               นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี

                                                                         ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ

แท็ก คำค้นหา

  เมื่อ: วันอังคาร, สิงหาคม 10th, 2021, หมวด ไม่มีหมวดหมู่
ปฏิทิน
กันยายน 2021
วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัส วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์
สิงหาคม 30, 2021 สิงหาคม 31, 2021 กันยายน 1, 2021 กันยายน 2, 2021 กันยายน 3, 2021 กันยายน 4, 2021 กันยายน 5, 2021
กันยายน 6, 2021 กันยายน 7, 2021 กันยายน 8, 2021 กันยายน 9, 2021 กันยายน 10, 2021 กันยายน 11, 2021 กันยายน 12, 2021
กันยายน 13, 2021 กันยายน 14, 2021 กันยายน 15, 2021 กันยายน 16, 2021 กันยายน 17, 2021 กันยายน 18, 2021 กันยายน 19, 2021
กันยายน 20, 2021 กันยายน 21, 2021 กันยายน 22, 2021 กันยายน 23, 2021 กันยายน 24, 2021 กันยายน 25, 2021 กันยายน 26, 2021
กันยายน 27, 2021 กันยายน 28, 2021 กันยายน 29, 2021 กันยายน 30, 2021 ตุลาคม 1, 2021 ตุลาคม 2, 2021 ตุลาคม 3, 2021