Default thumbnail.Default thumbnail.

เสรีภาพไม่สำคัญเท่าความรับผิดชอบ : ‘จอกอ’

  เมื่อ: วันจันทร์, ธันวาคม 1st, 2014, หมวด ข่าวเด่น

jkbbc

เสรีภาพไม่สำคัญเท่าความรับผิดชอบ

เสรีภาพไม่สำคัญเท่าความรับผิดชอบ : ‘จอกอ’จักร์กฤษ เพิ่มพูล

             คณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชน และเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งมีอาจารย์จุมพล รอดคำดี อดีตประธานคณะอนุกรรมการวิชาการ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เป็นประธาน ชวนผู้นำองค์กรสื่อไปตั้งวงพูดคุยเรื่อง ข้อกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิ เสรีภาพและความรับผิดชอบของสื่อมวลชน เมื่อวันอังคาร (25 พฤศจิกายน 2557)

มีทั้งเรื่องเสรีภาพสื่อมวลชน องค์กรกำกับดูแลสื่อ การป้องกันการแทรกแซงจากอำนาจภายนอก และบทบาทของสื่อในการสร้างสรรค์สังคม

ว่ากันเฉพาะเสรีภาพ ถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญหลายฉบับ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 ที่คนร่างรัฐธรรมนูญเห็นความสำคัญในบทบาทของสื่อมวลชนมากขึ้น

แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่เสรีภาพสื่อมวลชน แต่คำถามคงอยู่ที่ขอบเขตการใช้เสรีภาพของสื่อมวลชน ที่ขาดความรับผิดชอบ และส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นเหตุผลที่นำมาสู่การยึดอำนาจ และกำลังก่อตัวเป็นสึนามิในวงการสื่อมวลชน เมื่อเริ่มมีเสียงเรียกร้องให้มีกระบวนการในการออกใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน เช่นเดียวกับแพทยสภา สภาทนายความ และสภาวิชาชีพอื่นๆ

พวกเราไม่ได้ปฏิเสธความจริงที่ว่า มีสื่อมวลชนที่ใช้เสรีภาพโดยปราศจากความรับผิดชอบ แต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีวิธีการอื่น นอกจากย้อนยุคไปใช้กฎหมายในทำนองเดียวกับพระราชบัญญัติการพิมพ์ 2484 คือการควบคุมบังคับให้สื่อปฏิบัติตามโดยใช้ใบอนุญาตเป็นเงื่อนไข เพราะไม่มีประเทศเสรีประชาธิปไตยประเทศใดในโลกนี้ ที่การเป็นสื่อมวลชนต้องมีใบอนุญาต

และหากจะเทียบเคียงกับวิชาชีพอื่นๆ ก็แตกต่างกัน เพราะคนที่มาทำอาชีพสื่อมวลชนไม่ได้จบมาเฉพาะทางด้านสื่อมวลชน หากมีหลายสาขาวิชา ทั้งกฎหมาย รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และแม้ไม่ได้จบการศึกษาตามระบบ เช่นนักข่าวในยุคก่อนๆ ก็ยังเข้าสู่วิชาชีพนี้ได้ นอกจากนั้นการกำหนดให้มีใบอนุญาตยังเป็นการจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐานในการแสดงความคิดเห็น อันขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญด้วย

ฉะนั้น สิ่งใดเล่าจะเป็นหลักประกันสำหรับความรับผิดชอบของสื่อมวลชน

ผมคิดว่า มีประเด็นที่ควรพิจารณา 2 เรื่อง คือ ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างในกิจการสื่อมวลชน และความสัมพันธ์ระหว่างสื่อมวลชนกับสังคม หรือผู้บริโภคข่าวสาร

เมื่อเราเริ่มแยกแยะได้ ระหว่าง “สื่อระดับผู้ปฏิบัติงานหรือผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน” กับ “ผู้ประกอบการสื่อมวลชน” เราก็จะเห็นภาพการใช้เสรีภาพมากขึ้น ผมมีความเชื่อมั่นว่า สื่อระดับปฏิบัติการ ซึ่งได้แก่นักข่าวภาคสนามที่เป็นต้นทางของข่าวสารนั้น เขาเข้าใจและมีความรับผิดชอบ เช่นเดียวกับที่พวกเขากำลังรณรงค์ เสรีภาพบนความรับผิดชอบขณะนี้ แต่เมื่อข่าวสารมีการจัดการโดยผู้บริหารในกองบรรณาธิการ ภายใต้นโยบายธุรกิจ หลายครั้งข่าวและภาพที่มุ่งแต่การขายก็ก่อให้เกิดคำถามเรื่องความรับผิดชอบแบบเหมารวม รวมทั้งสื่อการเมือง สื่อสังคมออนไลน์ สื่อบันเทิง ที่ต้องนิยามกันใหม่ให้ชัดเจน

หรือบางกรณีระดับปฏิบัติการไม่สามารถทำงานอย่างตรงไปตรงมาตามวิชาชีพได้ เพราะถูกจำกัดเสรีภาพโดยนายจ้าง หรือถูกกลั่นแกล้งไม่ให้ทำหน้าที่ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด

อย่างน้อยแม้เราจะปฏิเสธกฎหมายที่มีเนื้อหาเผด็จการ แต่ควรมีกฎหมายที่ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมีความมั่นใจ เช่น ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และส่งเสริมมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ซึ่งผม คุณมานิจ สุขสมจิตร รองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อนพ้องในวงการบางคน นักวิชาการ นักกฎหมาย ได้ช่วยกันยกร่างและผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว เป็นเครื่องมือในการทำให้เสรีภาพมีผลบังคับใช้

หลักการสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ คือ การกำหนดให้มีคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และส่งเสริมมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการฯ มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการ แต่มีฐานะเป็นนิติบุคคล อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของประธานกรรมการ โดยอำนาจ คือการพิจารณาเรื่องร้องเรียนของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนว่า เป็นการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบจริยธรรมแห่งวิชาชีพหรือไม่ เรียกบุคคลหรือหน่วยงานของรัฐมาชี้แจงหรือให้ถ้อยคำเพื่อประกอบการพิจารณาเรื่องร้องเรียน หรือสั่งให้มีการแก้ไข หรือเยียวยาแก่ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนที่ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ

ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างสื่อมวลชนกับสังคม อาจจำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งให้องค์กรผู้บริโภค ซึ่งผมเสนอแนวคิดในลักษณะเดียวกับ สคบ.ในฝ่ายสื่อ มีหน้าที่ในการเป็นสื่อกลางรับเรื่องร้องเรียนให้แก่องค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง เป็นตัวแทนในการฟ้องคดีกรณีสื่อละเมิดกฎหมาย รวมทั้งมีหน้าที่คล้ายๆ มีเดียมอนิเตอร์ ที่จะเฝ้าระวังการทำงานของสื่อ และสามารถเสนอเรื่องสื่อละเมิดจริยธรรมมายังองค์กรวิชาชีพโดยตรง

เรื่องการกำกับดูแลสื่อเป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่ง ที่จะต้องพิจารณาควบคู่ไปกับบทบาท กสทช.

บทบาทจากนี้ ซึ่งจะต้องไม่เป็นองค์กรซ่อนเงื่อน คือจัดการให้ กสทช.กลับมาอยู่ในร่องรอยให้สมฐานะการเป็นต้นแบบการปฏิรูปสื่อในสังคมไทย

แท็ก คำค้นหา

  เมื่อ: วันจันทร์, ธันวาคม 1st, 2014, หมวด ข่าวเด่น
ปฏิทิน
เมษายน 2020
วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัส วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์
มีนาคม 30, 2020 มีนาคม 31, 2020 เมษายน 1, 2020 เมษายน 2, 2020 เมษายน 3, 2020 เมษายน 4, 2020 เมษายน 5, 2020
เมษายน 6, 2020 เมษายน 7, 2020 เมษายน 8, 2020 เมษายน 9, 2020 เมษายน 10, 2020 เมษายน 11, 2020 เมษายน 12, 2020
เมษายน 13, 2020 เมษายน 14, 2020 เมษายน 15, 2020 เมษายน 16, 2020 เมษายน 17, 2020 เมษายน 18, 2020 เมษายน 19, 2020
เมษายน 20, 2020 เมษายน 21, 2020 เมษายน 22, 2020 เมษายน 23, 2020 เมษายน 24, 2020 เมษายน 25, 2020 เมษายน 26, 2020
เมษายน 27, 2020 เมษายน 28, 2020 เมษายน 29, 2020 เมษายน 30, 2020 พฤษภาคม 1, 2020 พฤษภาคม 2, 2020 พฤษภาคม 3, 2020