You are here: ระเบียบข้อบังคับ ข้อบังคับว่าด้วยวิธีพิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์ พ.ศ.2540 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2543

ข้อบังคับว่าด้วยวิธีพิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์ พ.ศ.2540 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2549

ดัชนีบทความ
ข้อบังคับว่าด้วยวิธีพิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์ พ.ศ.2540 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2549
หมวด ๔ การพิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์
ทุกหน้า

ข้อบังคับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ

ว่าด้วยวิธีพิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์ พ.ศ. ๒๕๔๐ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๔๙


อาศัยอำนาจธรรมนูญสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๐ แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่สาม พ.ศ. ๒๕๔๘ ข้อ ๑๘ (๔) และข้อ ๓๐ คณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ มีมติเห็นชอบให้ตราข้อบังคับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ว่าด้วยวิธีพิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์ พ.ศ. ๒๕๔๐ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๔๙ ไว้ดังต่อไปนี้

หมวด ๑ บททั่วไป

  • ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้หมายถึง ข้อบังคับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ว่าด้วยวิธีพิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์ พ.ศ. ๒๕๔๐ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๔๙
  • ข้อ ๒ ให้ยกเลิกข้อบังคับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ว่าด้วยวิธีพิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์ พ.ศ. ๒๕๔๐ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๔๖ และให้ใช้ข้อบังคับนี้ ตั้งแต่วันถัดจากประกาศนี้เป็นต้นไป
  • ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
    • คณะอนุกรรมการ หมายถึง คณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์ ตามข้อบังคับว่าด้วยวิธีพิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์ พ.ศ. ๒๕๔๐  แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๔๙ หรือที่เรียกว่าคณะอนุกรรมการรับเรื่องราวร้องทุกข์ ตามธรรมนูญสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๐ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๔๘
    • คณะกรรมการ หมายถึง คณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ตามธรรมนูญสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๐ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๔๘
    • จริยธรรม หมายถึง จริยธรรมแห่งผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ ตามข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๑ เรื่องราวร้องทุกข์ หมายถึงการร้องเรียนเรื่องจริยธรรมของหนังสือพิมพ์ หรือผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์

หมวด ๒ การร้องเรียน

  • ข้อ ๔ การร้องเรียนว่าข้อความหรือภาพที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์ หรือพฤติกรรมของผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ที่สังกัดสมาชิก ซึ่งผู้เสียหายเห็นว่าขัดต่อข้อบังคับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๑ ให้แจ้งเป็นหนังสือพร้อมด้วยหลักฐานต่อหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น เพื่อบรรเทาความเสียหายตามควรแก่กรณี
  • ข้อ ๕ เมื่อผู้เสียหายได้ดำเนินการตามข้อ ๔ แล้วถูกปฏิเสธหรือเพิกเฉย หรือการบรรเทาความเสียหายไม่เป็นที่พอใจ ผู้เสียหายมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาต่อไป
  • ข้อ ๖ เมื่อความปรากฏว่าข้อความหรือภาพในหนังสือพิมพ์ หรือพฤติกรรมของผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ ขัดต่อจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ผู้เสียหายหรือบุคคลใดๆ มีสิทธิร้องเรียนว่าข้อความหรือภาพหรือพฤติกรรมนั้น ขัดต่อจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ต่อคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาได้
  • ข้อ ๗ การยื่นคำร้องเรียนหนังสือพิมพ์หรือผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ว่ากระทำ การขัดต่อจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ให้กระทำเป็นหนังสือระบุ ชื่อ อายุ ภูมิลำเนา ที่อยู่ อาชีพ ตำแหน่งหน้าที่ พร้อมด้วยหลักฐานแห่งข้อกล่าวหาและลายมือชื่อของผู้ร้องเรียน และชื่อ ที่อยู่ ตำแหน่งหน้าที่ หรือหนังสือพิมพ์ที่ต้องการร้องเรียน ต่อคณะกรรมการ เพื่อดำเนินการพิจารณาตามข้อบังคับ
  • ข้อ ๘ ในกรณีที่ไม่ปรากฏลายมือชื่อของผู้ร้องเรียนโดยแจ้งชัด หากเป็นเรื่องที่ปรากฏว่ามีมูลหรือมีเหตุอันควรรับไว้พิจารณา คณะกรรมการจะรับไว้พิจารณาตามธรรมนูญฯ ข้อ ๒๑ (๒) ก็ได้
  • การร้องเรียน สามารถกระทำได้โดยผ่านทางเว็บไซต์ของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ โดยผู้ร้องเรียนจะต้องลงลายมือชื่อในสำเนาหนังสือร้องเรียนที่สภาการ หนังสือพิมพ์แห่งชาติกำหนดภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
  • ข้อ ๙ การร้องเรียนให้กระทำภายในกำหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวัน นับแต่วันที่ผู้ร้องเรียนทราบเรื่อง แต่หากคณะกรรมการเห็นสมควรจะรับไว้พิจารณาตามธรรมนูญฯ ข้อ ๒๒(๓) ก็ได้

หมวด ๓ การรับเรื่องร้องเรียน

  • ข้อ ๑๐ เรื่องร้องเรียนตามหมวด ๒ ให้คณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนหากเห็นว่าเรื่องร้องเรียนนั้น ไม่ขัดต่อข้อบังคับฯ ในหมวด ๒ และไม่ต้องห้ามตามธรรมนูญสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ข้อ ๒๒ ก็ให้รับเรื่องร้องเรียนนั้นไว้พิจารณา
  • ข้อ ๑๑ เรื่องที่คณะอนุกรรมการเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ หรือมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับข้อความหรือภาพที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์ที่ เป็นสมาชิก หรือจากพฤติกรรมของผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ที่สังกัดสมาชิก ขัดต่อข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ คณะอนุกรรมการมีอำนาจหยิบยกขึ้นพิจารณาและดำเนินการตามข้อ ๒๑ (๒) แห่งธรรมนูญสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติก็ได้
  • ข้อ ๑๒ ในกรณีที่คณะอนุกรรมการ หรือคณะกรรมการมีมติไม่รับเรื่องไว้พิจารณา ให้คณะอนุกรรมการแจ้งให้ผู้ร้องเรียนทราบพร้อมแสดงเหตุผล ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งไม่รับเรื่องร้องเรียน
  • ผู้ร้องเรียนมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับเรื่องร้องเรียนต่อคณะ กรรมการภายในสิบห้าวัน นับแต่วันทราบคำสั่ง คำวินิจฉัยของคณะกรรมการถือเป็นที่สุด
  • ข้อ ๑๓ เมื่อคณะกรรมการมีมติรับเป็นคำร้องเรียนไว้พิจารณา ให้คณะอนุกรรมการแจ้งให้ผู้ถูกร้องเรียนและหนังสือพิมพ์ต้นสังกัดที่ผู้ถูก ร้องเรียนเป็นสมาชิกทราบ พร้อมกับส่งเรื่องร้องเรียน เพื่อให้ผู้ถูกร้องเรียนชี้แจงหรือแก้ข้อร้องเรียนภายในสิบห้าวัน
  • ข้อ ๑๔ การสละสิทธิชี้แจงหรือแก้ข้อร้องเรียน หรือกรณีที่ผู้ถูกร้องเรียนนำเรื่องที่ถูกร้องเรียนไปดำเนินคดีกับผู้ ร้องเรียน ไม่เป็นเหตุให้การพิจารณาเรื่องร้องเรียนเป็นอันยุติลง