You are here: ความเป็นมา สภาการหนังสือพิมพ์ฯ 30 ปี แห่งการต่อสู้ฯ

สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ 30 ปี แห่งการต่อสู้เพื่อ “ควบคุมกันเอง”

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2540 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เจ้าของกิจการและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฉบับภาษาไทย – อังกฤษ 25 ฉบับ จากจำนวนทั้งสิ้น 32 ฉบับ รวมทั้งองค์กรที่เกี่ยวข้องกับหนังสือพิมพ์ 10 องค์กร ได้ร่วมกันลงนามในบันทึกเจตนารมณ์จัดตั้ง “สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ” เพื่อเป็นองค์กรควบคุมกันเอง ส่งเสริมเสรีภาพ ความรับผิดชอบ และยกระดับผู้ประกอบวิชาชีพและกิจการหนังสือพิมพ์ให้ดียิ่งขึ้น หนังสือพิมพ์หลายฉบับกล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นประวัติศาสตร์ของวงการสื่อมวลชนไทย ด้วยเหตุผลหลักคือมีความพยายามมาเป็นเวลานานกว่า 30 ปี ที่จะให้มีการสร้างระบบการควบคุมกันเองของหนังสือพิมพ์ไทย

 

เส้นทางของสภาการหนังสือพิมพ์ไทย

อาจารย์สุภา ศิริมานนท์ ปรมาจารย์ทางด้านหนังสือพิมพ์ระบุว่าสาระสำคัญของ “สภาการหนังสือพิมพ์” อยู่ที่ “การควบคุมกันเอง” ทั้งนี้ต้องเป็นที่ยินยอมของหนังสือพิมพ์ ผู้ปกครองบ้านเมืองและสาธารณชนการควบคุมตนเองประกอบด้วยปัจจัยหลายประการ เช่น ต้องมีประมวลจริยธรรมสำหรับนักหนังสือพิมพ์มีคณะผู้ปฏิบัติงานอันแข้มแข็ง มีบทลงโทษแก่ผู้ที่อยู่ในวงวิชาชีพที่ละเมิดอย่างหนักแน่นและเป็นที่รับรู้แพร่หลาย

สภาการหนังสือพิมพ์เป็นรูปแบบของหนังสือพิมพ์ในกลุ่มทฤษฏีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการควบคุมหนังสือพิมพ์แบบอำนาจนิยม เพราะจะทำให้สัจจะไม่ปรากฏ แต่หากปล่อยให้มีการใช้เสรีภาพแบบเสรีนิยม อาจจะมี ข้อบกพร่องสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ ทางเลือกของกลุ่มหนังสือพิมพ์หลายประเทศทั่วโลกคือการให้หนังสือพิมพ์มีเสรีภาพ ปลอดจาการควบคุมของรัฐ แต่มีอำนาจกำกับดูแลลงโทษหนังสือพิมพ์โดยอาศัยเกียรติยศแห่งวิชาชีพสื่อมวลชนที่พึงมี

รากเหง้าของสภาการหนังสือพิมพ์มีประวัติศาสตร์อยู่ในชีกโลกตะวันตก สภาแห่งแรกได้รับการก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ.1916 ในประเทศสวีเดนสภาแห่งนี้จัดระบบการปกครองตนเองโดยที่รัฐไม่เข้าไปแทรกแซงเลยไม่ว่าจะเป็นโดยการสร้างกฎเกณฑ์ ใด ๆ หรือโดยการส่งตัวแทนเข้าไปนั้งในสภา จนกระทั่งเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าสวีเดนเป็นแม่แบบของความสำเร็จ หลัง จากนั้น สภาในทำนองเดียวกันนี้ในชื่อต่าง ๆ กันไปค่อย ๆ ทยอยกันเกิดขึ้นในประเทศอื่น แต่มาแพร่หลายอย่างกว้างขวาง ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1960 ในปัจจุบันมีองค์กรลักษณะเดียวกัน ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในราว 50 ประเทศกระจัดการะจายไปทั่ว ทุกภูมิภาคของโลก

สำหรับวงการหนังสือพิมพ์ไทย เริ่มพูดถึงระบบการควบคุมกันเอง เมื่อ พ.ศ.2506 ในการประชุมสัมมนาหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยครั้งแรกที่ประชุมมีข้อสรุปที่ชัดเจนว่า “ขอให้จัดตั้งสภาการหนังสือพิมพ์ (Press Council) เพื่อคุ้มครองและสนับสนุนวิชาชีพหนังสือพิมพ์ และในการสัมมนาและนิทรรศการหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (ครั้งที่2) เมื่อ พ.ศ.2511 ก็ได้มีการสรุปประเด็นในการอภิปรายเกี่ยวกับการควบคุมกันเองว่า ควรตั้งองค์กรให้มีการลงโทษและให้มีการประสานงานระหว่างสมาคมต่าง ๆ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าที่ประชุมสัมมนาครั้งนี้ น่าจะหมายถึงองค์กรที่เรียกว่า สภาการหนังสือพิมพ์ จนในปี พ.ศ.2516 คณะกรรมการว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (Unesco) เสนอรัฐบาลว่าให้ดำเนินการจัดตั้งสภาการหนังสือพิมพ์ขึ้นเพื่อควบคุมและส่งเสริมวิชาชีพหนังสือพิมพ์

จนในปี พ.ศ.2518 นักหนังสือพิมพ์ได้นวมตัวกันร่างกฎหมายการพิมพ์เสนอรัฐบาล โดยมีสาระสำคัญอยู่ที่การเสนอรูปแบบ โดยมีสาระสำคัญอยู่ที่การเสนอรูปแบบ “สภาการหนังสือพิมพ์” แต่การดำเนินการไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล

ความพยายามให้มีร่างกฎหมายการพิมพ์ฉบับใหม่ที่มีสาระสำคัญอยู่ที่การเสนอให้จัดตั้งสภาการหนังสือพิมพ์ฉบับใหม่ต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ.2533 มีการเสนอร่าง พ.ร.บ.การพิมพ์ฉบับต่างๆ เสนอเข้าสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 4 ฉบับ อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ. ดังกล่าวไม่ได้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเพราะมีการคัดค้านจากสื่อมวลชนเนื่องจากรัฐบาลได้ปรับปรุงร่างกฎหมายให้ผู้แทนกรมประชาสัมพันธ์ ผู้แทนสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติเป็นกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์ซึ่งเป็นสิ่งพิมพ์ที่หนังสือพิมพ์ไม่สามารถยอมรับได้

ความพยายามให้มีสภาการหนังสือพิมพ์เริ่มขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่งเมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งสภาร่างรัฐธรรมนูญได้ยกร่างเสร็จสิ้นและเริ่มเผยแพร่ต่อสาธารณชน เพื่อรับฟังความคิดเห็นและประชาพิจารณ์ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2540 สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในฐานะองค์กรรวมของสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนไทยทั่วประเทศ 10 สมาคม ได้ร่วมกันพิจารณาและดำเนินการรับฟังความเห็นของสื่อมวลชนและประชาชน โดยสมาพันธ์ฯ มีมติให้ตั้งคณะทำงานทำข้อเสนอและข้อคิดเห็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชนเพื่อดำเนินการให้ร่างรัฐธรรมนูญไปเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณชนและรักษาเสรีภาพอันพึงมีพึงได้ของหนังสือพิมพ์

 

คณะกรรมการยกร่างธรรมนูญสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติประกอบด้วย

 

1. ศ. นพ. ประเวศ วะสี ประธาน

2 นางบัญญัติ ทัศนียะเวช รองประธาน

3. รศ. พิศิษฐ์ ชวาลาธวัช กรรมการ

4. นายมานิจ สุขสมจิตร กรรมการ

5. นายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร กรรมการ

6. ศ. นพ. วิฑูรย์ อึ้งประพันธ์ กรรมการ

7. นายเกษม สรศักดิ์เกษม กรรมการ

8. นายกำแหง ภริตานนท์ กรรมการ

9. นายพนา จันทรวิโรจน์ กรรมการ

10. นายไพศาล ศรีจรัสจรรยา กรรมการ

11. นายสุวัฒน์ ทองธนากุล กรรมการและเลขานุการ