You are here: ข่าวสารและความเคลื่อนไหว บอกเล่าเก้าสิบ สมาคมนักข่าวฯ จี้นายกฯสางคดียิงสื่อตปท.ช่วงชุมนุม องอาจรับปากดูแลและให้ความเป็นธรรมผู้เสียชีวิตและญาติ

สมาคมนักข่าวฯ จี้นายกฯสางคดียิงสื่อตปท.ช่วงชุมนุม องอาจรับปากดูแลและให้ความเป็นธรรมผู้เสียชีวิตและญาติ

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2553 เวลา 11.15 น. นางสาวอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ รองเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือผ่านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ด้านหน้าตึกบัญชาการ1 ทำเนียบรัฐบาล ไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในการขอให้รัฐบาลเร่งรัดติดตามตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตด้วยความยุติธรรม โปร่งใสต่อกรณีของนายฮิโรยูริ มูราโมโตะ ช่างภาพชาวญี่ปุ่นของสำนักข่าวรอยเตอร์และนายฟาบิโอ โพเลนกี ช่างภาพชาวอิตาเลียน ที่ถูกยิงเสียชีวิตในระหว่างการเข้าไปทำข่าวการชุมนุมของกลุ่มนปช.เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 และ 19 พ.ค. 2553 (ตามลำดับ) ที่ถึงขณะนี้คดียังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

นายองอาจ ให้สัมภาษณ์ว่าตนจะนำหนังสือของสมาคมนักข่าวฯไปยื่นให้นายกรัฐมนตรีทันทีเพื่อให้ทางรัฐบาลอำนวยความสะดวกและพิจารณาข้อเรียกร้องของญาติของผู้เสียชีวิต ซึ่งตนช่วยประสานดีเอสไอและกระทรวงยุติธรรมในการอำนวยความสะดวกและพยายามดำเนินการให้เป็นไปตามความต้องการของพี่สาวของผู้เสียชีวิตมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเมื่อวานนี้(29 กรกฎาคม)พี่สาวและเพื่อนนักข่าวชาวฝรั่งเศสของช่างภาพอิตาลี(นายฟาบิโอ) ได้มาพบตนก็พอใจที่รัฐบาลช่วยอำนวยความสะดวกให้ อย่างไรก็ตามรัฐบาลไม่มีเจตนาปิดบังข้อเท็จจริง เพราะสามารถพิสูจน์ได้ที่มีรายงานต่างๆออกมา ซึ่งเรายินดีให้ข้อมูลต่างๆกับญาติผู้เสียชีวิตที่ต้องการทราบสาเหตุของการเสียชีวิต

“และเขาอยากได้อุปกรณ์กล้องของเขา ที่มีคนเอากล้องของเขาไปก็อยากได้คืน ซึ่งเขาบอกว่าสามารถเห็นภาพได้ เขาบอกว่ามันมีเมมโมรี่ที่อยู่ในกล้องซึ่งเขาก็อยากได้ภาพที่เป็นบันทึกความทรงจำครั้งสุดท้ายของน้องชายเขาที่ทำงานในเมืองไทย เขาก็อยากได้สิ่งเหล่านี้ไปเก็บไว้ เขาจึงอยากให้ตำรวจช่วยเร่งรัดติดตามคนที่เอากล้องไปด้วย”นายองอาจ กล่าว

เมื่อถามว่าเบื้องต้นทราบหรือยังว่ากล้องอยู่ที่ไหนเพราะผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุใกล้ที่สุดน่าจะเป็นทหาร นายองอาจ กล่าวว่า ญาติเขาก็มีความเชื่อเช่นนั้น แต่ตนก็บอกว่าเป็นเพียงความเชื่อของเขาแต่ก็ต้องดูว่าตำรวจจะติดตามว่าใครจะเอาไป เมื่อถามว่าต้องประสานไปที่ศอฉ.หรือไม่ในการตามหากล้องคืน นายองอาจ กล่าวว่า ตอนนี้คดีนี้อยู่ที่ดีเอสไอ ดังนั้นดีเอสไอต้องประสานกับสน.ท้องที่ที่เกิดเหตุว่าข้อมูลเท่าที่รวบรวมได้น่าจะไปอยู่ที่ใครอย่างไรเหมือนกับกรณีของหายอื่นๆ

เมื่อถามว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการให้ข้อมูลของรัฐบาลที่ไม่ตรงกัน นายองอาจ กล่าวว่า เรื่องของข้อมูลอาจจะมีความแตกต่างกัน แต่ข้อเท็จจริงตนคิดว่าเจ้าหน้าที่ยืนดีให้กับคนที่เกี่ยวข้อง แต่มุมมองเรื่องวิถีกระสุนอะไรต่างๆถ้าผลพิสูจน์ยังไม่ชัดเจนก็อาจจะมองต่างกันได้ ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราอยู่จุดไหนอย่างไร ซึ่งตนก็เห็นว่ายังมีข้อมูลที่แตกต่างในเรื่องนี้อยู่ อย่างไรก็ตามรัฐบาลมีความพยายามดำเนินการเต็มที่

เมื่อถามว่าเรื่องเหล่านี้จะเงียบเหมือนกรณีศพของคนไทยจำนวนมากที่เสียชีวิตและเรื่องเงียบมาก นายองอาจ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทำงานกันอยู่แต่เรื่องคดีเจ้าหน้าที่ยืนยันกับญาติของผู้เสียชีวิตว่าเรื่องคดีไม่สามารถบอกเรื่องของระยะเวลาได้