
สภาการสื่อมวลชนฯ จัดประชุมสามัญประจำปี เครือข่ายสภาการสื่อมวลชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAPC-Net) เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการกำกับดูแลกันเองทางด้านจริยธรรมสื่อ ส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพ และประสบการณ์ในการเผชิญกับความท้าทายของสื่อในบริบทที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ
เมื่อวันที่ 26-27 มีนาคม 2569 ที่โรงแรมทินิดี เทรนดี้ กรุงเทพ ข้าวสาร มีการประชุมสามัญประจำปีเครือข่ายสภาการสื่อมวลชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAPC-Net) ประจำปี 2569 จัดโดยสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ร่วมกับคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) สนับสนุนโดย บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)
การประชุมครั้งนี้มีประเทศที่เข้าร่วมประกอบด้วย ผู้แทนจากเมียนมา ติมอร์-เลสเต ไทย อินโดนีเซีย (ออนไลน์) เวียดนาม ลาว มาเลเซีย และกัมพูชา มีผู้แทนจากศรีลังกา ร่วมสังเกตการณ์ด้วย
นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่ผู้แทนองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนในภูมิภาคอาเซียนได้มาร่วมแลกเปลี่ยนถึงสถานการณ์สื่อมวลชนในแต่ละประเทศโดยเฉพาะเรื่องการกำกับดูแลกันเองด้านจริยธรรม อีกทั้งยังมีการระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของสื่อมวลชนในการเสริมสร้างสันติภาพในภูมิภาคอีกด้วย

สำหรับเครือข่ายสภาการสื่อมวลชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Press Councils Network: SEAPC-Net) เป็นกลไกความร่วมมือขององค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลกันเองทางด้านจริยธรรมสื่อ ส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการเผชิญกับความท้าทายของสื่อในบริบทที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ ซึ่งปัจจุบัน สื่อมวลชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากเทคโนโลยีดิจิทัล ความขัดแย้งทางสังคมและการเมือง ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของนักข่าว รวมถึงแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการแข่งขันด้านเรตติ้ง ซึ่งล้วนส่งผลต่อจริยธรรมและคุณภาพของงานข่าว
การจัดประชุมสามัญประจำปีของ SEAPC-Net ในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นเวทีสำหรับองค์กรสมาชิกและผู้สังเกตการณ์ได้พบปะ สร้างความสัมพันธ์อันดี แลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ด้านการกำกับดูแลจริยธรรมสื่อ และแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) นำเสนอรายงานผลการดำเนินงานของเครือข่ายและองค์กรสมาชิก ตลอดจนร่วมกันกำหนดทิศทางการทำงานของเครือข่ายในอนาคต เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลไกการกำกับดูแลกันเองทางด้านจริยธรรมสื่อในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ “บทบาทสื่อมวลชนกับการเสริมสร้างสันติภาพในอาเซียน” โดย รศ.ดร.อลงกรณ์ ปริวุฒิพงศ์ รองคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวนำว่า ในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและอาเซียน ความขัดแย้งมิได้อยู่ในรูปของสงครามระหว่างรัฐขนาดใหญ่ หากแต่เป็นความขัดแย้งที่ยืดเยื้อและหยั่งรากลึกในความไม่เท่าเทียมเชิงโครงสร้าง ท่ามกลางความตึงเครียดทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก วารสารศาสตร์จึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวด ไม่เพียงในฐานะผู้รายงานข้อเท็จจริง แต่ยังเป็นผู้กำหนดกรอบเรื่องเล่า สร้างพื้นที่สาธารณะ ตรวจสอบอำนาจ และช่วยลดความตึงเครียดของสังคม อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ของ ‘วารสารศาสตร์เพื่อสันติภาพ’ ยังคงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจเชิงวิชาชีพและจริยธรรมของสื่อ ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยความขัดแย้ง เทคโนโลยี และอัลกอริทึม.