‘PR CRISIS’ : ‘จอกอ’

PR

 

‘PR CRISIS’ : ‘จอกอ’

‘PR CRISIS’ : ‘จอกอ’จัก ร์ กฤษ เพิ่มพูล

               รับชวนไปร่วมสนทนา เรื่อง PR COMMUNICATION STRATEGIES IN A CRISIS – จะสื่อสารอย่างไรในภาวะวิกฤต จัดโดย NOW 26 กรุงเทพธุรกิจ และมหาวิทยาลัยเนชั่น ที่โรงแรมบันยันทรี สาทรใต้ วันที่ 29 ตุลาคมนี้ ประเด็นที่ถูกจุดขึ้นด้วยความร้อนแรงจากข่าวสื่อมวลชนอาวุโส รับเงินเป็นรายเดือนจากซีพีเอฟ น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้งานนี้เกิดขึ้น ผมอาจมีส่วนร่วมในแง่ของการเป็นผู้ตั้งกรรมการอิสระขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ และถึงเวลานั้นคงได้ความกระจ่างพอสมควร

ถึงวันนี้มีความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในกรรมการอิสระสอบสวนกรณีสื่ออาวุโส 19 ราย รับเงินจากบริษัทเอกชน ที่ตั้งโดยสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เมื่อนายกล้านรงค์ จันทิก ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

เพื่อให้นายกล้านรงค์มีเวลาทุ่มเทให้งานพิจารณากฎหมายสำคัญหลายฉบับ ที่ต้องเร่งรัดให้ผ่านก่อนสภาชุดนี้จะสิ้นสุดลง ผมจึงมีคำสั่งแต่งตั้งให้ นายสัก กอแสงเรือง อดีตนายกสภาทนายความ และวุฒิสมาชิก เป็นประธานคณะกรรมการแทน โดยยังมีภารกิจที่ต้องทำให้เรื่องราวทั้งหมดนี้กระจ่างชัด ตรงไปตรงมาให้ได้

คณะกรรมการชุดนี้เป็นอิสระอย่างแท้จริง ไม่มีตัวแทนของสื่อเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งมีความแตกต่างจากคณะกรรมการอิสระสอบสินบนสื่อกรณี นายวิม รุ่งวัฒนจินดา ชุดก่อนของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ที่มีคุณหมอวิชัย โชควิวัฒน เป็นประธาน ครั้งนั้น ผลการสอบสวนซึ่งยังไม่ได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองของกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์ชุดใหญ่ ถูกเปิดเผยออกไปก่อนโดยตัวแทนสื่อบางคน ครั้งนี้ผมจึงขอความกรุณาคณะกรรมการอิสระแต่ในเบื้องต้นว่า ขอให้ส่งคำวินิจฉัยมาให้กรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติดูก่อน เพื่อความละเอียด รอบคอบ และเป็นธรรมต่อผู้ถูกกล่าวหา

               ผมและกรรมการสายสื่อทุกคนต่างอยู่วงนอก ข่าวความคืบหน้าของคณะกรรมการจึงได้รับรู้แต่เพียงงานธุรการ จนถึงขณะนี้คณะกรรมการได้ประชุมกันมา 3 ครั้งแล้ว โดยขั้นตอนการพิจารณาอยู่ระหว่างการรอเอกสารจากผู้เกี่ยวข้อง ทั้งศูนย์ข้อมูล & ข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง (TCIJ) ผู้เปิดประเด็นนี้ สื่อที่ถูกกล่าวหาทั้งที่เป็นสมาชิกสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และไม่ได้เป็น หลังจากได้รับเอกสารแล้ว ขั้นตอนต่อไปน่าจะเป็นการเรียกพยานบุคคลมาสอบถามประกอบเอกสาร

ในฐานะที่อยู่วงนอก ผมได้รับคำยืนยันจาก นายพิชาย ชื่นสุขสวัสดิ์ บรรณาธิการอำนวยการ บางกอกโพสต์ ว่า ยินดีให้นาย ณ กาฬ เลาหะวิไลย บรรณาธิการที่ถูกอ้างชื่อถึงในเอกสารมาให้ปากคำ พร้อมเอกสารหลักฐานการเงินที่อ้างว่าสื่อมวลชนอาวุโส รับเงินเป็นรายเดือนจากบริษัทเอกชน

นี่เป็นความชัดเจน โปร่งใส ตรงไปตรงมา ที่ควรชื่นชมยินดี

ยังมีองค์กรสื่ออีกบางแห่งที่ยังละล้าละลัง ไม่กล้าตรวจสอบคนของตัวเองว่ามีส่วนพัวพันกับข้อกล่าวหานี้หรือไม่ จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม หากผลการสอบสวนพาดพิงถึง ผมยืนยันว่า เราจะเปิดเผยผลการสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใคร ยิ่งใหญ่ขนาดไหน หรือสังกัดองค์กรสื่อใหญ่โตเพียงใด เพราะนี่คือภาระหน้าที่ในการปัดกวาดบ้านตัวเองให้สะอาด เพราะเมื่อเราตั้งตนเป็นสื่อที่จะตรวจสอบสังคม เราก็ต้องมีความสะอาดพอ มีความมั่นใจเพียงพอที่จะยอมรับการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากสังคมเช่นเดียวกัน

ผมเกิดและเติบโตในวงการสื่อ ยุค 18 อรหันต์ ได้รู้ได้เห็นพฤติกรรมของนักหนังสือพิมพ์รุ่นใหญ่บางคน ที่ทำมาหากิน รับเงินรับทองจากผู้มีอำนาจ ยุคต่อมาก็เป็นนักธุรกิจ บริษัทเอกชนบางแห่ง ที่จ่ายเงินให้นักข่าว ไปจนกระทั่งระดับบรรณาธิการ เป็นรายเดือน หรือแม้ไม่ได้จ่ายกันเป็นเดือน ยามขัดสนก็ขอความช่วยเหลือกันได้ตลอด ฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ที่นักข่าวรับเงินจากแหล่งข่าว จะแตกต่างก็เพียงครั้งนี้ มีหลักฐานอ้างอิงเท่านั้น

เวที PR CRISIS อีกราวสองเดือนข้างหน้า อาจเป็นเวทีแรกที่ได้รับรู้ผลการสอบสวน อย่างชัดเจน ตรงไปตรงมา จากคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง