
สภาการสื่อฯ ห่วงใยการนำเสนอข่าวภาพและคลิปวิดีโอ 2 เหตุความรุนแรง
สภาการสื่อมวลชนฯ แสดงความห่วงใยการนำเสนอข่าว ภาพและคลิปวิดีโอ 2 เหตุการณ์ความรุนแรง ทั้งการนำเสนอของสื่อที่เป็นองค์กรสมาชิกและไม่ได้เป็นสมาชิก รวมถึงในโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเหตุความรุนแรงในโรงเรียน พร้อมเรียกร้องแพลตฟอร์ม ทำหน้าที่กลั่นกรองข้อมูลด้วย
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายนพปฎล รัตนพันธ์ เลขาธิการสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ครั้งที่ 8/2569 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้สภาการสื่อมวลชนฯ ร่วมกับสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ จัดเวทีสัมมนาระดับภูมิภาค ประเด็นการต่อรองแพลตฟอร์ม และการนำ AI มาใช้ในห้องข่าว โดยจะเชิญผู้แทนสื่อในระดับอาเซียนมาหารือร่วมกันที่ประเทศไทย
เลขาธิการสภาการสื่อมวลชนฯ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้หารือถึงเหตุความรุนแรงที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม และเหตุความรุนแรงที่ทำการอบจ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมแสดงความห่วงใยต่อการนำเสนอข่าว ภาพข่าวและคลิปวิดีโอในทั้ง 2 เหตุการณ์เป็นอย่างมาก มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยเท่าที่ตรวจสอบการทำหน้าที่ขององค์กรสมาชิก พบว่า เหตุความรุนแรงที่โรงเรียนนั้น ได้ทำหน้าที่อย่างระมัดระวัง แต่การนำเสนอของสื่อที่ไม่ได้เป็นสมาชิก และในโซเชียลมีเดียนั้น นอกจากละเมิดจริยธรรมวิชาชีพสื่อมวลชน แล้วยังละเมิดพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ซึ่งเป็นความผิดทางอาญา ที่ผ่านมาก็มีการละเมิดกฎหมายนี้หลายครั้ง แต่ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง การละเมิดกฎหมาย แค่เตือนน่าจะไม่เพียงพอ ควรต้องบังคับใช้กฎหมายประกอบกันไปด้วย ทั้งนี้ได้ยกกรณีตัวอย่างการนำเสนอของสื่อต่างประเทศที่เน้นการนำเสนอคุณงามความดีของผู้เสียชีวิต เพราะมีการศึกษาแล้วว่าเป็นการช่วยเยียวยาครอบครัวและสังคมที่ต่างเดือดร้อนใจกันอย่างมากในช่วงเวลาหลังเกิดเหตุการณ์นั้นได้
นายนพปฏล กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุความรุนแรงที่ทำการอบจ.นนทบุรี พบว่ามีองค์กรสมาชิกบางรายเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ ซึ่งเข้าข่ายละเมิดจริยธรรมวิชาชีพ จึงขอให้คณะกรรมการจริยธรรมทำหนังสือแจ้งเตือน รวมถึงการที่นำเสนอข่าวและถ่ายทอดคลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่ผู้ก่อเหตุลงมือก่อเหตุ โดยไม่ได้มีการตัดต่อให้เหมาะสม นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเรียกร้องให้แพลตฟอร์มต่างๆ โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก ทำหน้าที่คัดกรองข้อมูลด้วย เพราะจากเหตุการณ์ดังกล่าวถูกใช้เป็นที่ปล่อยข่าวลือ ข่าวปลอม ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต อินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงมีสื่อบางส่วนเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย โดยข่าวเหล่านี้แพร่หลายรวดเร็วมาก ทำให้สังคมสับสนอย่างยิ่ง
เลขาธิการสภาการสื่อมวลชนฯ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าโครงการ สร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์ โครงการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายในการสร้างความร่วมมือและความรับผิดชอบร่วมต่อแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อพัฒนาคุณภาพสื่อมวลชน โครงการพัฒนาหลักสูตรอบรมการประยุกต์ใช้ AI สําหรับสื่อมวลชนเพื่อส่งเสริมระบบนิเวศสื่อสุขภาวะ ร่วมกับสถาบันอิศรา และการประสานความร่วมมือกับกูเกิ้ล.