แนวปฏิบัติฯ เรื่องการเสนอข่าวและภาพข่าวเกี่ยวกับชาติพันธุ์ ศาสนา และสถานะทางเพศ พ.ศ. ๒๕๖๐

แนวปฏิบัติสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ

เรื่อง การเสนอข่าวและภาพข่าวเกี่ยวกับชาติพันธุ์ ศาสนา และสถานะทางเพศ

พ.ศ. ๒๕๖๐

 

โดยที่แนวปฏิบัติของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เรื่อง การเสนอข่าวเกี่ยวกับชาติพันธุ์และศาสนา ประกาศใช้มานาน ขณะที่การปฏิบัติงานของสื่อมวลชนในปัจจุบัน มีความสลับซับซ้อนและอ่อนไหวต่อสิทธิมนุษยชน ตลอดจนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เพิ่มมากขึ้น

เพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อการปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๙ และสอดคล้องกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights) ซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิกและให้สัตยาบันไว้ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติจึงประกาศยกเลิกแนวปฏิบัติ เรื่อง การเสนอข่าวเกี่ยวกับชาติพันธุ์และศาสนา เมื่อ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๐ และให้ใช้แนวปฏิบัติสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เรื่อง การเสนอข่าวและภาพข่าวเกี่ยวกับชาติพันธุ์ ศาสนา และสถานะทางเพศ พ.ศ. ๒๕๖๐ แทน ดังนี้

ข้อ ๑ ในแนวปฏิบัตินี้

‘ชาติพันธุ์’ หมายถึง กลุ่มคนที่มีวัฒนธรรมร่วมกัน มีขนบธรรมเนียม ประเพณี และภาษาพูดเดียวกัน มีลักษณะทางเผ่าพันธุ์ที่สืบเชื้อชาติหรือชนเผ่าเดียวกัน

‘ศาสนา’ หมายถึง ความเชื่อของบุคคลต่อหลักธรรมและพิธีกรรมตามคำสั่งสอนของลัทธิความเชื่อนั้น ๆ

‘สถานะทางเพศ’ หมายถึง เพศหญิง เพศชาย หรือผู้มีอัตลักษณ์แตกต่างจากอวัยวะเพศโดยกำเนิด

ข้อ ๒ หนังสือพิมพ์พึงหลีกเลี่ยงการเสนอข่าว ภาพข่าว และบทความ บุคคลซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด หรือผู้ต้องสงสัย หรือผู้ต้องหา โดยใช้ชาติพันธุ์หรือศาสนาที่บุคคลนั้นนับถือ มากล่าวถึงแบบเหมารวม และสื่อความหมายในทางลบ

ข้อ ๓ หนังสือพิมพ์พึงหลีกเลี่ยงการเสนอข่าว ภาพข่าว และบทความ เรื่องที่เกี่ยวกับศาสนาใด ๆ ในเชิงลบ และนำเสนออย่างระมัดระวังด้วยความเคารพต่อศาสนานั้น ๆ

ข้อ ๔ หนังสือพิมพ์พึงระมัดระวังในการนำเสนอข่าว ภาพข่าว และบทความ เรื่องที่มีความแตกต่าง หรือสถานการณ์ที่อ่อนไหวต่อความขัดแย้ง เกี่ยวกับชาติพันธุ์และศาสนา อันอาจนำไปสู่ความเกลียดชังและความรุนแรง

ข้อ ๕ หนังสือพิมพ์พึงระมัดระวังในการเสนอข่าว ภาพข่าว และบทความ โดยใช้ถ้อยคำที่กล่าวถึงผู้มีสถานะทางเพศแบบเหมารวม หรือชี้นำความผิด หรือสื่อความหมายเชิงเหยียดหยาม อันเป็นเนื้อหาที่สะท้อนความเกลียดชัง ความไม่เท่าเทียม และไม่เคารพสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล

 

สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ

16 พฤษภาคม ๒๕๖๐