
9 ต.ค. 2569 มูลนิธิสภาการสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จับมือกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายสื่อมวลชน มอบรางวัลการประกวดโรงเรียน ใน โครงการ “สร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์” ประจำปี 2569 ชี้ชัด ‘หนังสือพิมพ์สร้างการรู้เท่าทันสื่อได้จริง’ แถมขยายผลไปครอบครัวและชุมชนได้ด้วย
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 1 โรงแรมพาลาซโซ กรุงเทพมหานคร มูลนิธิสภาการสื่อมวลชน และสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ร่วมกับ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดพิธีมอบรางวัลและพิธีปิดโครงการ “สร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์” ประจำปี 2569 ซึ่งในปีนี้มีโรงเรียนเข้าร่วม 160 แห่ง จำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 4,444 คน
นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ กล่าวว่า สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ในฐานะองค์กรวิชาชีพที่ทำหน้าที่กำกับดูแลจริยธรรมสื่อ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างทักษะเท่าทันสื่อ ซึ่งต้องเริ่มต้นจากรากฐานสำคัญคือ การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยมีความเชื่อมั่นว่า “หนังสือพิมพ์” เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากเป็นสื่อวิชาชีพที่ผ่านกระบวนการกลั่นกรอง บรรณาธิกรความถูกต้อง และยึดมั่นในจริยธรรมวิชาชีพอย่างเข้มงวด

นับจากจุดเริ่มต้นในปี 2547 จนมาถึงปี 2568 ที่ผ่านมา ความสำเร็จของการนำ “หนังสือพิมพ์” เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในนวัตกรรมการเรียนรู้ ที่ครูสามารถนำไปใช้บูรณาการในรายวิชาต่างๆ จนเกิดเป็นแผนการสอนที่สร้างสรรค์ ช่วยกระตุ้นให้นักเรียนเกิดกระบวนการคิดวิเคราะห์อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการรู้เท่าทันสื่ออย่างยั่งยืน และในปี 2569 นี้ได้ยกระดับโครงการเป็น “โครงการสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์” เพื่อตอบรับกับโลกยุคเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
โครงการนี้พร้อมส่งต่อเครื่องมือเรียนรู้ที่ทันสมัยให้เด็กไทยได้เรียนรู้การวิเคราะห์แยกแยะข้อมูลข่าวสารทั้งบนหน้ากระดาษและบนโลกออนไลน์ รวมถึงก้าวทันปัญญาประดิษฐ์ที่ในปัจจุบันถูกนำมาใช้ในโลกของข่าวลวงอย่างแนบเนียน ซึ่งพบว่าได้ผลตอบรับเป็นอย่างดีจากคุณครูที่เข้าร่วมโครงการในปีนี้ทั้งสิ้น 160 โรงเรียน และมีจำนวนนักเรียนเข้าร่วมรวม 4,444 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างมาก
ไม่เพียงแต่ความสำเร็จในเชิงปริมาณเท่านั้น ระหว่างการดำเนินโครงการในปี 2569 นี้ เรายังได้ประจักษ์ถึงศักยภาพของผู้เข้าร่วมโครงการของเราอย่างเด่นชัด โดยกลุ่มพื้นที่การเรียนรู้ทั้ง 9 กลุ่มพื้นที่ มีคุณครูและผู้บริหารโรงเรียนที่ทุ่มเทให้กับการเรียนรู้ของเด็กอย่างน่าชื่นชม ซึ่งความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจนี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากปราศจากความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
‘ผมขอขอบคุณ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ที่สำคัญคือคุณครู ผู้บริหารโรงเรียน และนักเรียนผู้เข้าร่วมโครงการทุกท่านที่ได้ร่วมกันสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กไทยเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติต่อไป’ นายชวรงค์ กล่าว
ดร.ชำนาญ งามมณีอุดม รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า ท่ามกลางมรสุมข้อมูลข่าวสารและภัยลวงในโลกออนไลน์ยุคปัจจุบัน การปกป้องและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชนไม่ใช่ภารกิจที่องค์กรใดองค์กรหนึ่งจะทำสำเร็จได้โดยลำพัง แต่ต้องอาศัย “พลังของความร่วมมือเพื่อเด็กไทยรู้เท่าทันสื่อ” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญสูงสุดในการขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน

โดยความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการหลอมรวม “พลังวิชาชีพสื่อ” เข้ากับ “พลังทางการศึกษา” การนำหนังสือพิมพ์ทั้งฉบับพิมพ์และออนไลน์ ซึ่งผ่านการบรรณาธิการความถูกต้อง มาเป็นนวัตกรรมกระบวนการเรียนรู้ ให้เด็ก “อ่านเป็น คิดวิเคราะห์เป็น และจำแนกแยกแยะข้อเท็จจริงได้” นับเป็นเครื่องมือสร้างการรู้เท่าทันสื่อที่แหลมคมและทรงคุณค่าอย่างยิ่ง
และในวันนี้ ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ได้สะท้อนให้เห็นแล้วว่า พลังของความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคีสื่อมวลชน ตลอดจนคุณครูผู้เข้าร่วมโครงการจากโรงเรียนทั้ง 160 แห่ง เราได้ร่วมสร้างการเรียนรู้ให้นักเรียนรู้มากถึง 4,444 คนทั่วประเทศ ซึ่งกิจกรรมการเรียนรู้ที่ทุกท่านสร้างสรรค์ขึ้นนี้ นอกจากจะส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อให้กับนักเรียนจำนวนมากแล้ว ยังได้ขยายผลส่งต่อไปยังครอบครัวและชุมชนอีกด้วย
‘กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ มีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จซึ่งสอดคล้องกับภารกิจหลักของกองทุนฯ ในการส่งเสริมนิเวศสื่อที่ปลอดภัยให้เด็กไทยเติบโตอย่างมีภูมิคุ้มกันในยุคเทคโนโลยี แม้วันนี้จะเป็นพิธีปิดโครงการประจำปี 2569 แต่ผมเชื่อมั่นว่า “พลังของความร่วมมือ” ที่เราได้ร่วมกันสร้างขึ้นในวันนี้ จะไม่จบลงเพียงแค่นี้ แต่จะกลายเป็นรากฐานที่เข้มแข็งให้คุณครูทุกท่านนำไปจุดประกาย และเป็นภูมิคุ้มกันให้เด็กไทยก้าวทันโลก และเท่าทันสื่ออย่างยั่งยืนสืบไป’ ดร.ชำนาญ กล่าว

สำหรับประกาศผลและมอบโล่ประกาศเกียรติคุณและเกียรติบัตรแก่โรงเรียนที่ชนะการประกวดกิจกรรมสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กในโครงการ “สร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์” ประจำปี 2569 มีโรงเรียนที่ได้รับรางวัล ดังนี้ 1.รางวัลต้นแบบ ประกอบด้วย โรงเรียนพหลโยธิน (พ่วงเจริญอุปถัมภ์) เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร และ โรงเรียนวัดบึงทองหลาง (พิทักษ์วิทยาคาร) เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
2.รางวัลชนะเลิศ ระดับประเทศ ได้แก่ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๗๒ (เทศบาล ๘) จังหวัดอุดรธานี 3.รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ระดับประเทศ ได้แก่ โรงเรียนวัดดอกไม้ เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 4.รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ระดับประเทศ ได้แก่ โรงเรียนวัดราษฎร์ศรัทธา จังหวัดเพชรบุรี และรางวัลชมเชย ระดับประเทศ ประกอบด้วย โรงเรียนอนุบาลชุมชนวัดหนองบัว (รัตนวงศ์ราษฎร์บำรุง) จังหวัดตราด และ โรงเรียนวัดบางพลัด (ป.สุวณฺโณ) เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร

ภายในงานยังมีการปาฐกถา เรื่อง “พลังของความร่วมมือเพื่อเด็กไทยรู้เท่าทันสื่อ” โดย ดร.ชำนาญ งามมณีอุดม รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และการเสวนาในหัวข้อ “บทบาทสื่อมวลชนเพื่อการรู้เท่าทันสื่อของเด็กไทยยุค AI” โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนา ประกอบด้วย ดร.ชำนาญ งามมณีอุดม รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ คุณนพปฎล รัตนพันธ์ เลขาธิการ สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ และ คุณสุดใจ พรหมเกิด ประธานมูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ดำเนินรายการโดย คุณฐิติชัย อัฏฏะวัชระ อนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์และสมาชิกสัมพันธ์ สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ