สภาการสื่อมวลชนฯ เห็นชอบรับรองแนวปฏิบัติการนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภาวะความขัดแย้ง พร้อมแสดงความเห็นห่วงการเสนอแก้กม.ไทยพีบีเอส ย้ำจุดยืนต้องรักษาสถานะสื่อสาธารณะไว้พร้อมให้สื่ออื่นอยู่รอดไปด้วยกัน และทำข้อเสนอแนวทางปฏิรูป รับทราบปิดโครงการ “สร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์”
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 นายนพปฎล รัตนพันธ์ เลขาธิการสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ครั้งที่ 10/2569 ว่า ที่ประชุมรับรองเห็นชอบแนวปฏิบัติการนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภาวะความขัดแย้ง ซึ่งกสทช. ร่วมกับ 3 สภาวิชาชีพสื่อมวลชน นักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำ โดยมีประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน แนวปฏิบัตินี้มี 4 หมวด 15 ข้อ หมวดที่ 1 บทนิยาม หมวดที่ 2 หลักความถูกต้อง เที่ยงตรง สมดุล เป็นธรรมและรู้เท่าทันข้อมูล หมวดที่ 3 หลักการการสื่อสารที่ไม่สร้างความเกลียดชัง และหลักการสื่อสารเพื่อสันติภาพ และหมวดที่ 4 หลักการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิมนุษยชน
เลขาธิการสภาการสื่อมวลชนฯ กล่าวอีกว่า ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงการสรรหากรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) การออกแถลงการณ์์แสดงจุดยืนร่วมขององค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน เรื่อง ข้อเสนอแก้ไขกฎหมายไทยพีบีเอส โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยเห็นตรงกันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และเกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะ ประโยชน์ส่วนรวม ต้องรักษาจุดยืนในการรักษาสื่อสาธารณะไว้ ขณะเดียวกันต้องหาวิธีการให้สื่ออื่นอยู่รอดไปด้วย โดยจะต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน เบื้องต้นหลังจากสิ้นสุดการรับฟังร่างพ.ร.บ.นี้แล้ว องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนน่าจะหารือร่วมกันในการจัดทำข้อเสนอแนวทางการปฎิรูปไทยพีบีเอส โดยเน้นการให้ภาคส่วนต่างๆ มีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงต่อไป
เลขาธิการสภาการสื่อมวลชนฯ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมรับทราบการจัดกิจกรรม “รำลึก 100 ปี ชาตกาล ทองใบ ทองเปาด์ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม และการเตรียมการเลือกกรรมการสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติชุดใหม่ แทนชุดปัจจุบันที่จะครบวาระในวันที่ 5 มีนาคม 2570 โดยกำหนดวันเลือกตั้งไว้ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2570 และรับทราบความคืบหน้าโครงการ “สร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์” ได้มอบโล่และเกียรติบัตรให้โรงเรียนที่ชนะการประกวดการจัดกิจกรรม พร้อมจัดพิธีปิดโครงการไปเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ขณะที่คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศรายงานเรื่องที่สภาการสื่อมวลชนอินโดนีเซีย เชิญประชุม “อาเซียนว่าด้วยการบังคับใช้กฎหมายลิขสิทธิ์ ที่เกี่ยวข้องกับงานวารสารศาสตร์ในยุคดิจิทัล เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา.