องค์กรวิชาชีพสื่อยืนยันไม่รับร่างกฎหมายให้อำนาจรัฐลงโทษสื่อ

         56
          แกนนำองค์กรวิชาชีพสื่อตั้งวงถกสื่อมวลชนอาวุโสกำหนดแนวทางเคลื่อนไหวคัดค้านกฎหมายควบคุมสื่อของ สปท. ยืนยันไม่รับร่างกฎหมายที่ให้มีองค์กรใช้อำนาจรัฐลงโทษสื่อ พร้อมยืนยันหลักการกำกับดูแลกันเองของสื่อ เตรียมจัดสมัชชาสื่อมวลชนทั่วประเทศกำหนดทิศทางการปฏิรูปสื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญใหม่
          วันนี้ (๒๐ ก.พ.) นายเทพชัย หย่อง นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยในฐานะประธานคณะทำงานสื่อเพื่อการปฏิรูป เปิดเผยภายหลังการประชุมแกนนำองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนร่วมกับสื่อมวลชนอาวุโสว่า ตามที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) โดยคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชนฯ ได้ดำเนินการยกร่างพระราชบัญญัติการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. …………… โดยคณะกรรมการประสานงานกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้ขอให้คณะกรรมาธิการกลับไปทบทวนร่างกฎหมายดังกล่าวนั้น องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ขอยืนยันว่า ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. ….. ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาพยายามจะทบทวนแก้ไขนั้น มิได้อยู่บนพื้นฐานหลักการของการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน โดยยังเปิดโอกาสให้มีการใช้อำนาจรัฐเข้ามาแทรกแซงการทำหน้าที่โดยอิสระของสื่อมวลชน และไม่สอดคล้องกับหลักการของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ผ่านการลงประชามติ ซึ่งมีเจตนารมณ์ให้สื่อมวลชนกำกับดูแลกันเองโดยอิสระและปราศจากการแทรกแซงจากภาครั
          นายเทพชัย กล่าวอีกว่า ที่ประชุมมีมติยืนยันไม่เห็นด้วยกับการออกกฎหมายให้อำนาจองค์กรใดองค์กรหนึ่งมาลงโทษสื่อมวลชน ไม่ว่าจะเป็นโทษทางอาญาหรือโทษทางปกครอง เพราะเท่ากับเป็นการเปิดช่องให้อำนาจรัฐเข้ามาแทรกแซงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ซึ่งเท่ากับเป็นการจำกัดสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน พร้อมทั้งยืนยันหลักการการกำกับดูแลกันเองของสื่อมวลชน โดยในปัจจุบันได้มีปรับปรุงกลไกการควบคุมกันเองให้มีประสิทธิภาพตลอดเวลาอยู่แล้ว และได้มีกระบวนการในการเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนผ่านองค์กรวิชาชีพมากขึ้น ขณะเดียวกัน มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำกับควบคุมการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนอยู่ไม่น้อยกว่า ๓๐ ฉบับ
          “ความพยายามในการออกกฎหมายควบคุมสื่อมวลชนภายใต้บรรยากาศที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตย ย่อมไม่สามารถนำไปสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ได้ เราจึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยุติการออกกฎหมายจำกัดเสรีภาพในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน” นายเทพชัยกล่าว
          ประธานคณะทำงานสื่อเพื่อการปฏิรูปกล่าวด้วยว่า องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน มติร่วมกันให้มีการจัดการประชุมสมัชชาสื่อมวลชนแห่งชาติเพื่อกำหนดท่าทีของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนทั่วประเทศในเรื่องการปฏิรูปสื่อและยืนยันหลักการกำกับดูแลกันเองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่