บันเทิงไม่บันเทิง “จอกอ”

jenny

บันเทิงไม่บันเทิง : “จอกอ”จักร์กฤษ เพิ่มพูล

                 ห นังชีวิตขนาดยาว เริ่มด้วย เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เป็นตอนต่อจากภาค “มนต์รักมาเก๊า” ปีที่แล้ว จบลงด้วย “เอาปอร์เช่ของฉันคืนมา” จากนั้นก็ถึงคิว “พลอย” เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ กับนิ้วกลางในเค้ก จากงาน Robinson fashion Runway การกระทบกระทั่งระหว่างนักข่าวกับดาราบางคน บนเส้นแบ่งที่ไม่ชัดเจนระหว่าง สิทธิความเป็นอยู่ส่วนบุคคล (Right to Privacy) และความเป็นบุคคลสาธารณะ (Public Figure) เป็นปรากฏการณ์ร่วมที่เกิดขึ้นเป็นบางครั้ง เพราะคนฝ่ายหนึ่งเชื่อว่า ดาราเป็นสมบัติสาธารณะ ฉะนั้น ต้องหยิก ต้องกัดได้ ไม่มีข้อยกเว้น ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่า ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนของประชาชน แต่เขาก็ยังต้องมีพื้นที่ส่วนตัว

เรื่องของเจนี่ ตั้งแต่ปีก่อน จนถึงปีนี้ ก้นหม้อข้าวยังไม่ทันดำ ต้องเรียกว่า เป็นสิทธิส่วนบุคคล เพราะการที่เธอจะรักใคร จะอยู่กินกับใคร ไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ แต่เมื่อเธอยินยอมให้สื่อรุกล้ำเข้ามาในเรื่องส่วนตัว ก็อาจถือเป็นการยอมรับโดยปริยาย แตกต่างจากปีนี้ ก็เพียง เจนี่ ไม่ได้เปิดแถลงข่าวเป็นเรื่องเป็นราว แต่ใช้วิธีปล่อยภาพ และข่าวผ่านไอจีเป็นระยะ ในกรณีเช่นนี้ เจนี่คุมสถานการณ์ได้ว่า เธอจะปล่อยให้สื่อรับรู้เรื่องราวของเธอมากน้อยเพียงใด ในประเด็นใด แต่พลอยคุมสถานการณ์ให้เป็นต่อไม่ได้ วิธีการของเธอจึงกลายเป็นแรงเหวี่ยง ให้สื่อบันเทิงรวมตัวกันต่อต้าน

โดยวัฒนธรรมการทำข่าวบันเทิง ความสัมพันธ์ระหว่างดารากับนักข่าวนั้น ถือว่าพี่ๆ นักข่าวต้องการได้อะไรต้องได้ ต้องการถามอะไรต้องตอบ แม้เนื้อหาจะไม่เป็นประโยชน์อะไรไปมากกว่าการตอบสนองสัญชาตญาณความอยากรู้ อยากเห็นของมนุษย์ แต่ถ้ามีดาราสักคนที่แข็งข้อ ไม่ยอมอยู่ภายใต้การควบคุมของนักข่าว ต้องการรักษาพื้นที่ส่วนตัว ดาราคนดังกล่าวจะกลายเป็นสิ่งที่แปลกแยกไปจากวงการทันที และเธอจะต้องถูกทำให้เชื่อว่า การที่นักข่าวต่อต้านดาราจะทำให้เขาและเธอที่แข็งข้อ อับจนหนทางทำมาหากิน

หลายครั้งที่เราอยู่ในข่าวบันเทิง แต่ไม่เคยเข้าถึงความเป็นข่าวบันเทิง

เราให้พื้นที่ข่าวสำหรับ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ มาก จนน่าสงสัยว่า ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ ออนไลน์ และโทรทัศน์ จะเคยตั้งคำถามบ้างหรือไม่ว่า เราสิ้นเปลืองพื้นที่สาธารณะไปกับข่าวไร้สาระเช่นนี้มานานเพียงใดแล้ว

“..ผมยังนึกไม่ออกว่า การที่สื่อให้พื้นที่กับข่าวนี้จะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และผู้คนขนาดนั้น หรือว่าเพียงแค่ตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ ผมข้องใจและอึดอัดมากกับข่าวเรื่องเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ จริงอยู่ว่าเขาเป็นดารา เป็นบุคคลสาธารณะ สื่อสนใจแน่นอน แต่สื่อเองมีขอบเขตหรือมีความคิดอะไรบ้างไหม ทุกวันนี้เราเข้าใจผิดไปใหญ่โตว่า ข่าวบันเทิงหมายถึงข่าวประเภทนี้เท่านั้น ทั้งที่สามารถนำเสนอได้ในมุมอื่น เช่น บทบาทการแสดง การวางตัวของนักแสดงในสังคม แต่ทุกวันนี้กลายเป็นว่า ข่าวบันเทิงคือเรื่องส่วนตัวของดารา ทั้งที่อาจเป็นข่าวอาชญากรรมด้วยซ้ำ”
(สัมภาษณ์ จักร์กฤษ เพิ่มพูล แท็บลอยด์ไทยโพสต์ 3-9 สิงหาคม 2557)

เรากำลังอยู่ในภาวะความสับสนในมหาสมุทรแห่งข้อมูลข่าวสาร หลายเรื่องหลายข่าวถูกลดทอนความสำคัญให้เป็นเรื่องเล่าชาวบ้าน ที่ไม่ต้องปิดบังอำพรางชื่อ นามสกุล ภาพถ่ายเหยื่อที่เป็นเด็ก เป็นผู้หญิง และผู้เกี่ยวข้อง โดยดาราตลกที่ไม่เข้าใจหลักความรับผิดชอบ ข่าวจริงจัง กลายเป็นเรื่องขำๆ พูดไป หัวเราะไป ข่าวเรื่องส่วนตัวดารา ถูกเรียกว่าข่าวบันเทิง

บันเทิงวันนี้ จึงไม่ค่อยบันเทิงสำหรับนักข่าว ที่ถูกคาดคั้นให้เปิดเผยแหล่งข่าว จากดาราที่ดูเหมือนไม่แคร์นักข่าว และนักข่าวก็รวมตัวกันโกรธ กับข่าวเรื่องส่วนตัว ที่เรียกกันว่า ข่าวบันเทิง